

ผนึกกำลัง “พลังสุจริต” สกัดโกง! ภาคีเครือข่ายทั่วประเทศเดินหน้าจัดทำแผนต้านทุจริต-คำของบกองทุน ป.ป.ช. ปี 2570
เครือข่ายภาคประชาสังคม “พลังสุจริต” เดินหน้ารุกการต่อต้านทุจริตระดับประเทศ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ 19–20 สิงหาคม 2569 ระดมภาคีจากหลายพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายการมีส่วนร่วม พร้อมจัดทำ “ร่างแผนปฏิบัติการเครือข่ายพลังสุจริต” และคำของบประมาณกองทุน ป.ป.ช. พ.ศ. 2570 หวังยกระดับพลังประชาชนสู่กลไกเฝ้าระวังการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม
กรุงเทพมหานคร — วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม “พลังสุจริต” เพื่อการต่อต้านการทุจริต จัดกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการต่อต้านและลดทุจริตในพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต “พลังสุจริต” ครั้งที่ 3 และเป็นการประชุมครั้งที่ 4 ของกลุ่มจังหวัดในเขตสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1, 2, 7 และกรุงเทพมหานคร 6 กลุ่มโซน
การประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับและบูรณาการเครือข่ายต่อต้านการทุจริตให้เชื่อมโยงกันในระดับประเทศ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมและภาคีเครือข่ายร่วมกันกำหนดทิศทางการทำงานอย่างเป็นระบบ
เปิดเวทีระดมความคิด จัดทำแผน “พลังสุจริต” ปี 2570
หัวใจสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการแบ่งกลุ่มปฏิบัติการจัดทำ “ร่างแผนปฏิบัติการเครือข่ายพลังสุจริต และจัดทำคำของบประมาณกองทุน ป.ป.ช. พ.ศ. 2570” โดยมีทีมวิทยากรเอกชนภายนอกทำหน้าที่สนับสนุนกระบวนการระดมความคิดเห็นและการวางแผน
ในช่วงบ่ายของวันที่ 19 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 13.00–17.30 น. ผู้เข้าร่วมจะร่วมกันจัดทำร่างแผนปฏิบัติการและคำของบประมาณ ก่อนสรุปกิจกรรมประจำวันในเวลา 17.30–18.00 น.
ส่วนวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เริ่มลงทะเบียนเวลา 08.00 น. ก่อนเดินหน้าปฏิบัติการจัดทำร่างแผนฯ ต่อเนื่องระหว่างเวลา 09.00–12.00 น. และช่วงบ่าย เวลา 13.00–16.00 น. จะเข้าสู่การวางแผนงานภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม “พลังสุจริต” ต่อต้านการทุจริตในระดับจังหวัด ก่อนสรุปผลและปิดกิจกรรมในเวลา 16.00–16.30 น.
จาก “STRONG” สู่ “พลังสุจริต” กลไกประชาชนเฝ้าระวังการโกง
แนวคิด “พลังสุจริต” เป็นการพัฒนาต่อยอดจากเครือข่าย STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ สำนักงาน ป.ป.ช. โดยมุ่งพัฒนาเครือข่ายภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง เปิดกว้าง และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
แนวทางดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหน่วยงานภาครัฐ แต่ต้องการเชื่อมโยง ภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ สถาบันการศึกษา องค์กรศาสนา สื่อมวลชน เยาวชน และชุมชน เข้ามาเป็นกำลังร่วมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างกลไกให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการ เฝ้าระวัง ป้องกัน แจ้งเบาะแส และติดตามตรวจสอบ การดำเนินงานที่อาจนำไปสู่การทุจริต พร้อมสร้างวัฒนธรรมของสังคมที่ “ไม่ทนต่อการทุจริต”
ไม่ใช่แค่ประชุม แต่ต้องเปลี่ยนเป็น “แผนงานในพื้นที่”
สาระสำคัญอีกด้านของการประชุม คือการผลักดันให้เครือข่าย “พลังสุจริต” สามารถนำแนวคิดจากเวทีประชุมไปสู่การปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการวางแผนงานในระดับจังหวัด ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานจากระดับประเทศลงสู่พื้นที่
การจัดทำแผนปฏิบัติการและคำของบประมาณกองทุน ป.ป.ช. พ.ศ. 2570 จึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้การทำงานของเครือข่ายมีทิศทาง เป้าหมาย และโครงการที่ชัดเจน สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริตให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
เชื่อมยุทธศาสตร์ชาติ สร้างสังคมโปร่งใส ตรวจสอบได้
การขับเคลื่อน “พลังสุจริต” ยังสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561–2580 โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐให้มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงแนวทางตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ หรือ Open Government การลดโอกาสและความเสี่ยงต่อการทุจริต และการเพิ่มบทบาทของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
สาระสำคัญของเวทีครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการประชุมเพื่อจัดทำเอกสาร แต่คือการวางรากฐานเครือข่ายประชาชนให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อให้ “พลังสุจริต” กลายเป็นกลไกจากภาคประชาชนที่ร่วมเฝ้าระวังการทุจริตตั้งแต่ระดับพื้นที่ เชื่อมโยงสู่ระดับประเทศ และร่วมสร้างสังคมไทยที่โปร่งใส ไม่ยอมรับการโกงในทุกระดับ
พิสิษฐ์รื่นเกษม ผู้สื่อข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร 064-364-1644
Share this content:
