



พังงา-รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้แทนสมัชชาคนจน นำคณะลงพื้นที่แก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างของชาวประมงพื้นบ้าน ล่วงล้ำลำน้ำบ้านในไร่
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของสมัชชาคนจน กรณีปัญหาการเพิกถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำของชาวประมงพื้นบ้าน บ้าน ในไร่ หมู่ที่ 7 ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ตามข้อสั่งการของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี โดยมี ผู้แทนสมัชชาคนจน นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายสุรศักดิ์ แจ้งจุล เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา นายปรารถนา สมบัติปิยะ กำนันตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ ร่วมติดตามความคืบหน้ารับฟังปัญหาและข้อเสนอของประชาชน พร้อมร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เกิดความชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งพื้นที่บ้านในไร่มีสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำที่อยู่ในกระบวนการดำเนินการรวม 27 หลัง ปัจจุบันได้ดำเนินการรื้อถอนไปแล้ว 6 หลัง ขณะที่สิ่งปลูกสร้างที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนและหาข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดและบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อคลี่คลายปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามข้อเรียกร้องของสมัชชาคนจนและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พร้อมสร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน และผลักดันการแก้ไขปัญหาให้มีความคืบหน้าและเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อนำเสนอรายละเอียดและแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาในลำดับต่อไป โดยมุ่งให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับข้อกฎหมาย และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน และขอยืนยันว่าจะยังไม่มีการรื้อถอน จนกว่าการพูดคุยในคณะกรรมการกำกับแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจนเสร็จสิ้นก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันหาข้อยุติที่เหมาะสม
ด้านกำนันปรารถนา สมบัติปิยะ กำนันตำบลนาเตย กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่มีความคาดหวังให้หน่วยงานภาครัฐเร่งรัดการแก้ไขปัญหา และร่วมกันหาแนวทางที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนและวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน ควบคู่ไปกับการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการติดตามความคืบหน้าปัญหาของประชาชน นำข้อมูลจากพื้นที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและเหมาะสมต่อไป
Share this content:
