พังงา-กำนันเจ้าของบ่อทราย ตั้งโต๊ะแถลงขอความเป็นธรรมหลังถูกโซเชียลกล่าวหาบุกรุกป่าสงวนและที่สาธารณะ ทำให้ตนเองและครอบครัวเสี่อมเสีย โดยมีชาวบ้านในพื้นที่แห่ให้กำลังใจ










ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปรารถนา สมบัติปิยะ กำนันตำบลนาเตย ตั้งโต๊ะแถลงต่อสื่อมวลชน ณ ที่ทำการกำนันตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โดยมีผู้นำท้องที่และชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจกำนันกันเป็นจำนวนมาก
นายปรารถนา สมบัติปิยะ กำนันตำบลนาเตย กล่าวว่า สืบเนื่องจากตลอดเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีการนำภาพถ่ายบ่อทราย อุปกรณ์เครื่องจักรดูดทราย และทรัพธ์สินอื่นๆ รวมถึงภาพถ่ายของผมนำไปเผยแพร่ผ่าน คลิปวีดีโอ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและติ๊กต๊อก โดยไม่ได้รับอนุญาต มีเนื้อหาเป็นการใส่ความทำให้ผู้ชมเห็นคลิปวีดีโอดังกล่าว เข้าใจว่ามีการขุดทรายในพื้นที่ป้าสงวนแห่งชาติ ปิดกั้นลำคลองสาธารณะ และกระทำผิดกฎหมายต่างๆมากมากมาย ต่อมาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย หน่วยป้องกันรักษาป่า,ชุดปฏิบัติการพิเศษและปราบปรามที่ 4, เจ้าหน้าที่ กอรมน. จังหวัดพังงา ร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนาเตย ตรวจสอบพื้นที่ ม.2 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นพื้นที่บ่อทรายของผมที่ปรากฎในเฟซบุ๊กและติ๊กต๊อก ขณะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ตรวจสอบพื้นที่บ่อทรายดังกล่าวแล้ว ปรากฎว่าอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ และที่ดินยังมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎเป็นเช่นนี้แล้ว ผมจึงขอความเป็นธรรมให้แก่ตัวผมและครอบครัวผมบ้างว่า ผมดำรงเป็นกำนันในพื้นที่ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา มา 18 ปี และผมยังได้รับกำนันยอดเยี่ยม ปี 2557 ประกอบอาชีพสุจริต ช่วยเหลือสังคมโดยตลอด เป็นที่รู้จักของคนโดยทั่วไป การที่มีบุคคลนำภาพถ่ายบ่อทราย อุปกรณ์เครื่องจักรและทรัพย์สินอื่นๆรวมถึงกาพถ่ายของผม นำไปโพสท์ผ่านเฟซบุ๊กและติ๊กต๊อก พร้อมทั้งบรรยายเนื้อหาว่ามีการ กระทำผิดกฎหมาย ประกอบคลิปวีดีโอดังกล่าว การกระทำดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งใส่ความผม ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง และธุรกิจของผม ซึ่งผมจะต้องดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำดังกล่าวตามกฎหมายทุกคน และผมได้มอบหมายให้ฝ้ายกฎหมายไปดำเนินการแจ้งความแล้ว สุดท้ายนี้ ผมจึงขอฝากสื่อมวลชนทุกท่าน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งตรวจสอบพื้นที่ตำบลทุ่งมะพร้าว ตำบลนาเตย ตำบลลำแเก่น ของอำเภอท้ายเหมือง ว่ามีการบุกรุกป้าสงวนแห่งชาติ
ขุดดินในที่สาธารณะขาย, ปลูกสร้างอาคารบ้านพักดากอากาศ ทำร้านอาหาร รีสอร์ท รุกล้ำแม่น้ำลำคลองหรือที่ดินสาธารณะ หรือป่าสงวนหรือไม่ด้วย หากพบการกระทำผิดจริง ขอให้ดำเนินคดีอย่างจริงจัง
Share this content:
