หนองบัวลำภู เหยื่อตึก สตง.ถล่มครบรอบ 1 ปี 93 ศพสุดท้ายของเหยื่อวอนคดียังไม่ถึงที่สุด
ลูกชายและลูกสาวของเหยื่อขอโทษพ่อที่ผ่านมา พ่อยังไม่เห็นความสำเร็จของลูก ขณะผู้เป็นน้องสาวเหยื่อตึกถล่มต้องแบกรับภาระหลานและลูกตัวเอง พี่ชายเป็นศพสุดท้ายที่พิสูจน์พบรอร่วม3 เดือนได้แค่กระดูกเชิงกรานมาประกอบพิธีทางศาสนา ขณะที่ เศรษฐกิจยิ่งแย่ คดีความในชั้นศาลยังไม่ถึงที่สุด








สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เมื่อเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง ได้เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย เป็นเหตุให้ตึก สตง.ที่กำลังก่อสร้างได้พังถล่มลงมา เป็นเหตุให้คนงานวิ่งหนีกันจ้าระหวั่น และมีคนงานที่เสียในซากตึกนั้นรวม 93 ศพ รวมถึงนายเกียรติศักดิ์ เหมาะเทวัญ ซึ่งเป็นชาวอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ต้องใช้เวลาในการค้นหาร่างนานรวม 3 เดือน จึงพบแต่ชิ้นของกระดูกเชิงกราน จนนำไปสู่การพิสูจน์ทางนิติเวช จึงมั่นใจว่านั้นคือกระดูกของนายเกียรติศักดิ์ ก่อนที่ญาติๆจะนำมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิดเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 จากวันนี้จนถึงวันนี้(28 มีนาคม 2568)ครบรอบ 1 ปีกับการสูญเสียของคนไทยร่วม 100 คนขณะกำลังก่อสร้างในไซต์งาน นับเป็นกาความสูญเสียชีวิตคนงาน รวมถึงคนในครอบครัวและญาติพี่น้องสุดประมาณความเสียหายไม่ได้
โดยวันนี้(28 มีค.69)ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 108 ม.10 บ้านห้วยบง ตำบลโนนสะอาด อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ที่นั้นพบคุณไก่ หรือ นางหนูภาส เหมาะเทวัญ อายุ 43 ปีน้องสาวของ นายเกียรติศักดิ์ เหมาะเทวัญ พร้อมด้วยนายวันชาติ เหมาะเทวัญ อายุ 53 ปี เป็นพี่คนโตของนายเกียรติศักดิ์ โดยนางหนูภาส มีพี่น้องร่วมกัน 6 คน ขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ 3 คน ในขณะที่นายธีระวัฒน์ เหมาะเทวัญ อายุ 21 ปี บุตรชายคนโตของนายเกียรติศักดิ์ พร้อม นางสาวอรดี เหมาะเทวัญ อายุ 15 ปี ร่วมให้สัมภาษณ์ความรู้สึกหลังจากสูญเสียพ่อไปเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมายังเป็นภาพติดตาอยู่ในความทรงจำของทุกคน ในขณะที่ลูกทั้ง 2 คนของนายเกียรติศักดิ์ ก็ไม่ทราบว่าพ่อไปทำงานที่ตึก สตง.จนมีญาติและนายจ้างแจ้งมาให้ทราบว่า นายเกียรติ ยังค้นไม่พบร่าง ขณะเกิดเหตุยังทำงานอยู่ชั้น 33(ชั้นดาดฟ้า)
ด้านนางหนูภาส น้องสาวของนายเกียรติศักดิ์ พี่ชายซึ่งเสียชีวิตอยู่ในซากตึกชั้น 33 ขณะเกิดเหตุตึก สตง.ถล่ม จากวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนมาพบร่างเป็นศพสุดท้ายใน 93 ศพเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ตลอดระยะเวลาร่วม 3 เดือนตนเองและคนในครอบครัวก็มีความวิตกกังวลตลอดเวลาว่าจะร่างของพี่ชายในสภาพใด รอแล้วรอเล่าจนมีการพิสูจน์ดีเอ็นเอว่ากระดูกเชิงกรานของนายเกียรติศักดิ์ ซึ่งเป็นศพคนสุดท้าย ตรงกับคนในครอบครัว ซึ่งวันนี้กู้ชีพกู้ภัยมังกรศรีบุญเรือง เป็นคนประสานกับส่วนกลางในการนำชิ้นส่วนของนายเกียรติศักดิ์ มาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิด ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของทุคนในครอบครัว
ในส่วนของสวัสดิการกับการสูญเสียชีวิตของพี่ชาย ทางราชการก็ดำเนินการให้ครบถ้วนตามที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว คงเหลือเพียงการต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ ล่าสุดเมื่อเดือน มกราคม 2569 ทราบจากทนายของรัฐที่ดำเนินการต่อสู้ให้กับผู้สูญเสียชีวิตติดต่อมาว่ากำลังจะนำคดีขึ้นสู่ศาล แต่ว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ขณะที่ตนเองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายกับลูกของพี่ชาย 2 คน พร้อมๆกับลูกของตนเองอีก 2 คนในขณะที่พ่อบ้านเป็นฝ่ายต้องแบกรับภาระหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ส่วนนายธีวะวัฒน์ ลูกชายคนโตของพี่ชายก็ยังไม่มีงานทำ โดยในเดือนหน้าขอคัดเลือกทหารเกณฑ์ก่อน เมื่อพ้นภาระคัดเลือกทหารเกณฑ์ก็จึงจะหางานทำ ส่วนน้องสาวก็กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.3 อยู่ ก็เป็นภาระที่ตนเองต้องดูแลกันอีกต่อไป
ในขณะที่ นายธีระวัฒน์ เหมาะเทวัญ อายุ 21 ปี และ นางสาวอรดี เหมาะเทวัญ อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นลูกของนายเกียรติศักดิ์ เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เล่าว่าที่ผ่านมาพ่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้ คอยอบรมสั่งสอน แต่ด้วยคะนอง อาจจะใช้ชีวิตไม่เหมาะสม ไม่เชื่อฟังพ่อเท่าไหร่ แต่ ณ วันนี้ทั้ง 2 คนสำนึกผิด โดยเฉพาะน้องสาวอรดี(ยุ้ย) กล่าวบนคราบน้ำตาว่าลูกเสียใจที่ยังทำความหวัง ความสำเร็จไม่ถึงฝัน แต่พ่อก็มาจากลูกไป หากพ่อรับรู้ ณ เวลานี้ ลูกสาวคนนี้ขอโทษ และจะทำความความสำเร็จในการเรียน การทำงานให้กับ พ่อ
ทางด้านนายวันชาติ เหมาะเทวัญ พี่ชายคนโต ก็ถือได้ว่าชีวิตหักแหในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตที่ถาถมเข้ามาในวัย 53 ปีเมื่อร่วม 20 ปีตนเองใช้ชีวิตกับภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมายกับแม่บ้านที่แม่บ้านมีลูกติดกับภรรยา และ ลูกเลี้ยงคนนี้ก็ไปทำงานเป็นคนงานกับนายเกียรติศักดิ์ และเสียชีวิตในตึก สตง.เช่นเดียวกัน และนำร่างมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในตำบลโนนสะอาด และได้รับสวัสดิการของรัฐครบถ้วนแล้วเช่นกัน แต่ปัจจุบันตนองต้องมีเหตุต้องจดทะเบียนหย่ากับแม่บ้านคนปัจจุบัน อันเนื่องมาจากญาติๆมีมุมมองในทางที่ทำให้ตนเสื่อมเสียจากเหตุของลูกเสี้ยงที่สูญเสียชีวิตไปในช่วงตึก สตง.ถล่ม เมื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลแล้ว ทำให้ตนเองต้องมาอาศัยน้องสาวที่บ้านเกิด และถือได้ว่าเป็นภาระของน้องสาวต้องดูแลลูกๆหลานๆและตนเองซึ่งมีโรคประจำตัวอยู่ในขณะนี้ ก็เห็นใจน้องสาวที่ต้องค่อสู้และแบกรับภาระในครอบครัว
ขณะที่ นางหนูภาส น้องสาวของนายเกียรติศักดิ์ เหยื่อตึก สตง.ถล่ม กล่าววิงวอนไปยังผู้มีอำนาจในการดำเนินการต่อสู้คดีของเหยื่อในครั้งนี้ จากวันนั้นถึงวันนี้ครบรอบการเกิดอุบัติเหตุ และการสูญเสียพี่ชาย รวมถึงคนอื่นๆอีก รวม 93 ศพ ก็ถือว่าคดีความยังไม่สิ้นสุด ก็ไม่ทราบว่าคดีนี้จะจบยังไง จะเป็นปีที่ 2-3 หรือไม่ ในขณะที่ทายาทของผู้สูญเสียยังมืดมนในการดำรงชีพ ก็อยากวิงวอนและขอความช่วยเหลือด้วย นางหนูภาส กล่าว
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ภาพและข่าวรายงานจากจังหวัดหนองบัวลำภู
Share this content:
