



พังงา ผู้ประกอบการเรือข้ามฟาก บ้านน้ำเค็ม เกาะคอเขา แบกทุนอ่วมหลังน้ำมันพุ่งเกือบ 40 บาท แถมเจอปัญหาน้ำมันขาดช่วงและมาตรการจำกัดการเติมใส่แกลลอน แต่ยังใจถึงไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารกับประชาชนและนักท่องเที่ยวหวั่นกระทบผู้โดยสารในระยะยาวหากภาครัฐไร้มาตรการเยียวย
เมื่อวันที่ 27 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้ประกอบการเรือข้ามฟาก บริเวณท่าเรือบ้านน้ำเค็ม เกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักระหว่างบ้ายน้ำเค็มกับเกาะคอเขาที่มีบ้านเรือนประชาชนและโรงแรม รีสอร์ท โบราณสถานเมืองเก่าที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าผู้ประกอบการเรือข้ามฟากทั้งเรือหางยาว และเรือเฟอร์รี่บรรทุกรถยนต์ กำลังประสบปัญหา ภาวะต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันดีเซล 39.41 บาท ประกอบกับการต้องไปรอซื้อน้ำมันเป็นช่วงเวลา เนื่องจากน้ำมันเป็นปัจจัยหลักในการเดินเรือ
อย่างไรก็ตามแม้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเที่ยวจะเพิ่มขึ้น แต่ทางกลุ่มผู้ประกอบการยังคงตัดสินใจ ตรึงราคาค่าบริการไว้เท่าเดิม สำหรับค่าเรือห่ายาวคิดค่าบริการคนละ 20 บาท รถจักรยานยนต์คันละ 30 บาท ส่วนเรือเฟอร์รี่บรรทุกรถยนต์ คันละ 200 บาท เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เดินทางลงไปท่องเที่ยวที่เกาะต้องยอมแบกรับส่วนต่างของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้เอง เพราะเข้าใจว่าทุกคนก็ลำบาก หากปรับขึ้นราคาตอนนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องเดินทางข้ามฟากทุกวัน
สำหรับเกาะคอเขา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอตะกั่วป่า ซึ่งการตัดสินใจตรึงราคาในครั้งนี้ถือเป็นการช่วยประคองบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการมีความกังวลว่าหากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นไปมากกว่านี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในระยะยาว จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลหรือมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาในส่วนของต้นทุนพลังงานสำหรับเรือโดยสารสาธารณะ เพื่อให้สามารถบริการประชาชนต่อไปได้อย่างยั่งยืน
Share this content:
