หนองบัวลำภู ผู้ว่าฯหนองบัวลำภู พร้อม เจ้าคณะสังมณฑล ทั้ง 2 นิกาย
ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป่าชุมชนโคกคึมม่วง จากจุดเริ่มต้น “ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป้าโคกคึมม่วง” สร้างแนวกันไฟในใจคน สร้างเครือข่าย รักษ์ป่า รักษ์น้ำ รักษ์แผ่นดิน ระหว่างภาครัฐ องค์กรและเครือข่าย สร้างป่าเป็นแหล่งอาหาร ”ซุปเปอร์มาร์เก็ต” ของมนุษย์เพื่อเป็นการจุดประกาย”ไฟเป็นศูนย์”









เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 69 ณ บริเวณป่าชุมชนโคกคึมม่วง ตำบลนามะเฟือง อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานเปิด “โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าในเขตชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู ประจำปี 2569” โดยมีพระเทพวัชรวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (มหานิกาย) พระวุฒิสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (ธรรมยุต) และ พระครูปทุมธรรมาภิบาล เจ้าคณะอำเภอเมืองหนองบัวลำภู (ธรรมยุต) ให้ความเมตตาร่วมเป็นสักขีพยานในกิจกรรมครั้งนี้
พร้อมนายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายกำธร วิเชฏฐพงศ์ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู นายสราวุฒิ บุญเกื้อ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) นายชยานันท์ เกตุเมฆ ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 1 ท้องถิ่นจังหวัดหนองบัวลำภู รองนายก อบจ.หนองบัวลำภู หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมในพิธี โดยมี นางสาวกรวรรณ สุขจำลอง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อม นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู นายกเทศมนตรีตำบลนามะเฟือง อาสาสมัครพิทักษ์ป่าในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมให้การต้อนรับและนำเข้าสู่กิจกรรมตามโครงการดังกล่าว
นางสาวกรวรรณ รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่าการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว เป็นการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายคณะสงฆ์ อาสาสมัครพิทักษ์ป่าชุมชน และเครือข่าย ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันทวีความรุนแรง โดยเฉพาะปัญหาการสูญเสียพื้นที่สีเขียวและวิกฤตการณ์ “ไฟป่า” ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชน
โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล็งเห็นความจำเป็นในการสร้างองค์ความรู้ และกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม จึงจัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม พร้อมให้เครือข่ายได้ศึกษาดูงานการบริหารจัดการป่าชุมชนบ้านโคกคึมม่วง ขึ้นในวันนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อสร้างการรับรู้และจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการในการหาแนวทางการบริหารจัดการป่าชุมชนที่เป็นรูปธรรม ณ ป่าโคกคึมม่วง ซึ่งเป็นต้นแบบการจัดการป่าที่ยั่งยืน ตลอดจนเรียนรู้เทคนิคและการจัดการ “ป้องกันไฟป่า” โดยเน้นการสร้างแนวกันไฟ การเฝ้าระวังและการจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพโดยพลังชุมชน
ด้านนายสุดใจ สุวรรณศรี อาสาสมัครพิทักษ์ป่าเทศบาลตำบลนามะเฟือง ได้บอกเล่าถึงเส้นทางการอนุรักษ์ว่า ตนและชาวบ้านได้ร่วมกันดูแลรักษาป่าแห่งนี้มานานเกือบ 30 ปี ด้วยจิตอาสาและความรักษ์ที่มีต่อป่า โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จากอดีตที่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรม ปัจจุบันป่าโคกคึมม่วงได้ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์และได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย อาทิ รางวัลธงพระราชทานพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต และรางวัลลูกโลกสีเขียว
ปัจจุบันป่าแห่งนี้กลายเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของชุมชน เช่น ไข่มดแดง ผักหวาน หน่อไม้ และเห็ดชนิดต่างๆ โดยมีกฎระเบียบร่วมกันคือห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเดินหน้าขยายเครือข่ายการอนุรักษ์ไปยังตำบลและอำเภออื่นๆ พื้นที่ป่าโคกคึมม่วงในพื้นที่รอบ ๆ เป็นป่าชุมชนที่คงสภาพได้มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมีการสร้างเครือข่าย รักษ์ป่า รักษ์น้ำ รักษ์แผ่นดิน ระหว่างภาครัฐ องค์กรและเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ป่าโคกคึมม่วงแห่งนี้ มีพื้นที่กว่า 300 ไร่ มีความอุดมสมบูรณ์จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว และได้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ที่สำคัญให้แก่นักศึกษาและประชาชนทั่วไป สำหรับยุทธศาสตร์ของจังหวัดหนองบัวลำภูในปีนี้ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ร้อยละ 20 โดยปัจจุบันจังหวัดของเรามีป่าชุมชนที่เข้มแข็งอยู่แล้วถึง 134 แห่ง และเตรียมจะประกาศจัดตั้งเพิ่มขึ้นอีก 15 แห่งในปีนี้ ซึ่งนอกจากจะดูแลป่าอนุรักษ์ที่มีอยู่เดิมแล้ว จังหวัดยังมุ่งเน้นการสนับสนุนให้ผู้นำท้องถิ่นและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลป่าของตนเองเพื่อยกระดับเป็นป่าชุมชนอย่างเต็มรูปแบบต่อไป
ทั้งนี้นายสุรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ยังได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยหน่วยงานราชการและประชาชนที่สนใจ สามารถติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ฟรีที่ ศูนย์ป่าไม้หนองบัวลำภู หรือที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังไฟป่า หากพบเหตุเพลิงไหม้ สามารถแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่พระวุฒิสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (ฝ่ายธรรมยุต) กล่าวว่าการบวชป่าเป็นผลทางจิตใจ เพราะคนทิ่คิดจะทำลายป่ามีความละอายแก่ใจ ป่ามีประโยชน์ต่อมนุษย์หลายอย่าง ให้ทั้งความร่มเย็น ชุ่มชื่นมีประโยชน์มากกว่าโทษ และมีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา ป่าเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพานของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันถูกทำลาย ส่งผลให้อากาศร้อน อากาศเป็นพิษ อยากให้คนรักษาป่า สมัยก่อนการดำรงชีพอาศัยป่าเพราะเป็นแหล่งอาหารมนุษย์เปรียบเสมือน”ซุปเปอร์มาร์เก็ต”ของมนุษยชาติมาจนถึงทุกวันนี้
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ภาพและข่าวรายงานจากจังหวัดหนองบัวลำภู
Share this content:
