



ประจวบฯ เดินหน้าศึกษา EV Bus ต้นแบบขนส่งสาธารณะปลอดภัย ลดภาระประชาชน กาญจนบุรีเผยผู้โดยสารเพิ่ม เร่งขอรถไฟฟ้าอีก 6 คัน
ประจวบคีรีขันธ์ — อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นำคณะผู้แทนหน่วยงานท้องถิ่น สำนักงานขนส่ง ผู้ประกอบการ และสภาผู้บริโภค รวม 20 คน ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการระบบรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเรียนรู้รูปแบบการให้บริการขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ฝ่ายกาญจนบุรีเผย ปัจจุบันมีรถให้บริการ 12 คัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เตรียมเสนอขอจัดหารถ EV Bus เพิ่มอีก 6 คัน รองรับประชาชนและนักเรียนที่ใช้บริการเพิ่มขึ้น
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ นายพสิษฐ์ รักวัฒนศิริกุล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำคณะเข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานระบบรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) โดยมีนายสมเกียรติ ยุพาพิณ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนางกมลวรรณ ปุญสิริ หัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ให้การต้อนรับ
คณะศึกษาดูงานประกอบด้วย นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายวัชรากร เกตุแก้ว ผู้ช่วยนักจัดการงานทั่วไป องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายถนอมศักดิ์ มากชุมโค รองปลัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และนายวสันต์ ดอกดวง นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยพนักงานทั่วไปจากสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นอกจากนี้ ยังมีนายยุทธนา แสงบรรจง ผู้ประกอบการเดินรถสองแถว EV หมวด 4 สาย 8555 บริษัท สรวีย์ คอนกรีต จำกัด นายศรกิตติ์ ล้อกิตติกุล จากบริษัท สรวีย์ คอนกรีต จำกัด และนายพิสิษฐ์ รื่นเกษม ประธานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ด้านหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรของผู้บริโภค นำโดยนางสาวธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายสุรัติ มัจฉา ผู้รับผิดชอบโครงการ พร้อมคณะ เข้าร่วมศึกษาดูงานในครั้งนี้ด้วย
เจาะแนวทางบริหาร EV Bus ตั้งแต่เส้นทางเดินรถถึงต้นทุนพลังงาน
การศึกษาดูงานมุ่งเน้นการเรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถโดยสารไฟฟ้า ตั้งแต่การวางแผนและกำหนดเส้นทางเดินรถให้ครอบคลุมพื้นที่ การจัดตารางเวลาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน การบริหารจัดการยานพาหนะและสถานีชาร์จไฟฟ้า ตลอดจนการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้าและการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน เพื่อให้ระบบขนส่งสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
อีกประเด็นสำคัญคือการแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ทั้งการกำหนดเส้นทางให้เหมาะสมกับพื้นที่ การบริหารระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง การจัดสรรพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการเดินรถ และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะเรื่องความตรงต่อเวลา ความปลอดภัย และความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น
กาญจนบุรีเผยเริ่มศึกษาจากภูเก็ต ก่อนพัฒนาระบบให้บริการจริง
นางกมลวรรณ ปุญสิริ หัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถึงประสบการณ์การดำเนินงานว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเดินทางไปศึกษาดูงานที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนนำแนวคิดมาพัฒนาและเริ่มจัดหารถโดยสารไฟฟ้าเพื่อให้บริการประชาชน โดยมองว่าการนำรถ EV Bus มาใช้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารควบคู่กันไป ทั้งการให้บริการตรงเวลา มีความปลอดภัย และมีมาตรฐานที่ประชาชนไว้วางใจได้
นางกมลวรรณระบุว่า เมื่อประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและเห็นถึงประโยชน์ของการใช้บริการ จำนวนผู้โดยสารก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยในช่วงเริ่มต้นมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้บริการ แต่เมื่อระบบเริ่มตอบโจทย์ความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครอง ก็ทำให้เห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ลดภาระผู้ปกครอง นักเรียนจ่าย ไปกลับ วันละ 20 บาท
หนึ่งในจุดเด่นของระบบรถโดยสารไฟฟ้ากาญจนบุรี คือการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักเรียนและผู้ปกครอง จากเดิมที่ผู้ปกครองบางรายต้องจ่ายค่ารถตู้รับส่งนักเรียนเดือนละกว่า 1,000 บาท การใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่มีค่าโดยสารในอัตราประหยัดจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้
สำหรับอัตราค่าโดยสารที่มีการกล่าวถึงในการศึกษาดูงานครั้งนี้ นักเรียนและประชาชนทั่วไปจ่ายคนละ 20 บาท ขณะที่ทหารจ่าย 7 บาทตลอดสาย ทั้งนี้ รายละเอียดเงื่อนไขและรูปแบบการจัดเก็บค่าโดยสารขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การให้บริการของระบบดังกล่าว
นางกมลวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีมีรถโดยสารไฟฟ้าให้บริการอยู่ 12 คัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น จึงได้ดำเนินการเสนอขอจัดหารถโดยสารไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 6 คัน เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น และช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและสะดวกยิ่งขึ้น
ต่อยอดบทเรียนสู่การพัฒนาขนส่งสาธารณะประจวบฯ
การศึกษาดูงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติจากพื้นที่ที่มีประสบการณ์จริงมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์ทั้งประชาชนในเขตเมือง นักเรียน ผู้สูงอายุ ผู้ใช้บริการทั่วไป ตลอดจนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง
การนำรถโดยสารไฟฟ้ามาใช้ในระบบขนส่งสาธารณะ นอกจากจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและมีโอกาสลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนแล้ว ยังเป็นแนวทางลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดมลพิษทางอากาศและเสียง ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบ EV Bus ให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กันทั้งความคุ้มค่าของงบประมาณ ความพร้อมด้านสถานีชาร์จไฟฟ้า การบำรุงรักษารถ ความครอบคลุมของเส้นทาง และความต้องการเดินทางที่แท้จริงของประชาชน เพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว
โจทย์สำคัญหลังจากนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนรถโดยสารไฟฟ้า แต่คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้จริง ค่าโดยสารเหมาะสม เดินทางได้ตรงเวลา และมั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับขนส่งสาธารณะของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในอนาคต
พิสิษฐ์รื่นเกษม ผู้สื่อข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร 064-364-1644
Share this content:
