



ข่าว เจ้าหน้าที่ชูป้ายขับไล่ผู้บริหารรพ.หลังมีจนท.จะฆ่าตัวตายเพราะถูกบีบให้ใช้หนี้
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 ต.ค.69 ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลโพธาราม อำเภอโพธาราม จ.ราชบุรี ได้มีชาวบ้านและบุคคลากรของโรงพยาบาลเดินทางมารวมตัวถือป้ายที่มีข้อความ “ เราไม่เอาผู้บริหาร รพ.ที่ไม่โปร่งใส ยุติธรรม , รองบริหารโรงพยาบาลมีหน้าที่สนับสนุนงานบริการทางการแพทย์หรือสร้างอุปสรรค , พวกเราชาวอำเภอโพธารามไม่ต้องการผู้อำนวยการและรองบริหารชุดนี้ , บริหารงานผิดพลาดแล้วไม่รับผิดชอบโยนความผิดให้ลูกน้องรับโทษ และเราไม่เอาผอ.คนนี้เราไม่เห็นด้วยกับโครงการที่ไม่สุจริต โดยมีพ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผกก.สภ.โพธาราม และนายกนิษฐ์ ศิลา ปลัดศูนย์ดำรงธรรมอำเภอโพธาราม ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อส.มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย
ด้านนางสาวธนัตตา เกิดศรีเล็ก อายุ 34 ปี อดีตพนักงานราชการของโรงพยาบาลโพธาราม ได้เปิดเผยว่า ตนเองนั้นสอบติดเป็นพนักงานราชการของโรงพยาบาล และเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ ซึ่งทางโรงพยาบาลมีโครงการจัดทำโครงหลังคาโซล่าลูฟ โดยให้ช่างมาดำเนินการจัดทำก่อนที่จะมีการเซ็นต์สัญญา เมื่อช่างทำเสร็จแล้วพบว่ามีราคาส่วนต่างจากงบของโรงพยาบาลที่ตั้งไว้ ซึ่งทางโรงพยาบาลนั้นได้เรียกตนเข้าไปแล้วให้จ่ายเงินส่วนต่างประมาณ 35,000 บาท กับช่างเพราะทางช่างนั้นยืนยันว่าไม่สามารถที่จะลดราคาลงได้และหลังคาก็เสร็จไปแล้ว โดยบังคับให้ตนนั้นทำเรื่องกู้เงินสัวดิการของโรงพยาบาลเพื่อให้นำมาจ่ายให้ช่าง ซึ่งเมื่อตนกู้มาได้ก็ได้ให้ช่างมาเซ็นต์รับเงินโดยในใบสำคัญรับเงินตนเขียนว่า “เป็นค่าส่วนต่าง” ซึ่งตนต้องใช้หนี้โดยหักจากเงินเดือน ซึ่งในเรื่องนี้ทางผู้บริหารของโรงพยาบาลก็รับรู้และมีการลงนามในการเบิกเงินแต่กลับไม่ให้ความช่วยเหลือตนเองเลย ทั้งที่คนที่เป็นคนลงนามอนุมัตินั้นคือผู้บริหาร ตนจึงตัดสินใจลาออกในเดือนสุดท้ายที่ใช้หนี้หมด และเกิดความเครียดเนื่องจากตนนั้นเป็นความหวังของครอบครัวที่สามารถสอบเป็นข้าราชการได้ ทำให้ตัดสินใจฆ่าตัวตายแต่มีคนมาช่วยเหลือไว้ได้ หลังจากนั้นได้ร้องเรียนไปยังมูลนิธิดาวเหนือ ให้มาช่วยเหลือ
ด้านดร.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน หรือมาดามส้ม ประธานมูลนิธิดาวเหนือ ก็บอกหลังได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากนางสาวธนัตตา ก็ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นความจริง จึงได้พาน.ส.ธนัตตาไปยื่นหนังสือที่ปปช.และดีเอสไอ เพื่อให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้รวมทั้งเรื่องอื่นที่ได้รับการร้องเรียนมาจากบุคคลากรของโรงพยาบาลนี้ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่อง
ส่วนนางวธันยา ธันชนกพงษ์ เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ ของโรงพยาบาลก็เล่าความอัดอั้นตันใจให้ฟังว่า ผู้บริหารชุดนี้เข้ามาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งไม่ได้มาสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่เลย ลดเจ้าหน้าที่จนเหลือน้อยแทบไม่เพียงพอบริการคนไข้ และตนเป็นเจ้าหน้าที่ห้องปฎิบัติการและมีหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างเลือดจากสภากาชาดไทย รวมทั้งนำเจ้าหน้าที่ออกไปรับบริจาคเลือดจากสถานที่ต่างๆเพื่อนำมาให้คนไข้ และนำส่งเลือดไปให้ทางสภากาชาดไทยได้ทำการตรวจคัดกรองแล้วนำกลับมาให้ผู้ป่วย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายแต่ทางโรงพยาบาลนั้นไม่ยอมจ่ายให้กับทางสภากาชาดไทยตอนนี้ติดเงินสภากาชาดไทยเกือบสองล้านบาท ทั้งที่ทางโรงพยาบาลก็จ่ายได้แต่กลับบอกว่าตนนั้นทำเรื่องไม่ถูกต้อง แต่ตนได้ไปปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ สตง.แล้ว ก็บอกว่าทำได้และก็มีการทำเหมือนกันหลายโรงพยาบาล และยังมีการตั้งกรรมการมาสอบตนอีก ทำให้ตนกับเจ้าหน้าที่อีกหลายคนรู้ท้อกับการทำงาน เพราะผู้บริหารนั้นไม่ได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่เลยทำให้ทำงานไม่มีความสุข ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่องที่ผู้บริหารชุดนี้ทำเอาไว้ เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงไม่อยากให้ผู้บริหารชุดนี้อยู่ ซึ่งตนก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อมาเปิดเผยเรื่องในโรงพยาบาลก็ยังไม่รู้ว่าจะโดนอะไรอีกบ้างก็อยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบการบริหารของผู้บริหารชุดนี้ด้วย
Share this content:
