

พังงา/ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง “รวบสาว รับจ้างเปิดบัญชีม้า
เอี่ยวขบวนการหลอกลงทุน-ฟอกเงิน เสียหายกว่า 5 ล้านบาท! พบมีหมายจับติดตัวรวม 7 หมาย
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.จักรวฬามิ์ อยู่เย็นศิริ รอง ผกก.7 บก.ทล. , พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ยอดวิชา
รอง ผกก.7 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สวญ.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.สถาพร มุสิกพงศ์ สว.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล., พร้อมพวกเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. (พังงา, กระบี่, ภูเก็ต) ร่วมกันจับกุม น.ส.ศรินรัตน์ฯ อายุ 54 ปีที่อยู่ 31 ม.4 ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนครปฐมที่ 515/2565 ลงวันที่ 28 ธ.ค.2565 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนคนอื่น,โดยสุจริต หรือโดย หลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” สถานที่จับกุม บริเวณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพังงา ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ที่ผ่านมา
พฤติการณ์ ก่อนการจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับขอปกปิดนามว่า
พบ น.ส.ศรินรัตน์ฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนครปฐมที่ 515/2565 ลงวันที่ 28 ธ.ค.2565 กำลังเดินทางไปยังบริเวณสถานที่จับกุม เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วจึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมไปถึงบริเวณดังกล่าวข้างต้น ได้พบบุคคลซึ่งมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับบุคคลตามหมายจับยืนอยู่ จึงได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานของรัฐให้บุคคลดังกล่าวดู แล้วได้ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวของบุคคลดังกล่าว ปรากฏว่า น.ส.ดวงพรฯ คือผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้างต้นจริง และไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน จึงจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สอบถามคำให้การผู้ต้องหา ให้การรับว่าตนเป็นเจ้าของบัญชี ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้หลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ.2563 ได้มีเพื่อนมาชักชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยได้เปิด ไว้จำนวน 2 บัญชี ได้รับค่าจ้าง 2,500 บาท ต่อมาทราบว่ากลุ่มเพื่อนได้ถูกจับกุมเนื่องจากการเปิดบัญชี ดังกล่าว ตนจึงหลบหนีมาทำงานในพื้นที่ จ.พังงา เป็นเวลานานกว่า 5 ปี กระทั้งมาถูกจับกุมตามหมายจับใน
ครั้งนี้2 และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า บัญชีดังกล่าวนั้น กลุ่มมิจฉาชีพได้นำไปใช้หลอกลวงผู้อื่นจน
ได้รับความเสียหายและได้มีการร้องทุกกล่าวโทษไว้กับ สถานีตำรวจท้องที่ต่างๆ และร้องทุกข์ผ่านระบบ
รับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้แล้ว จำนวน 8 คดี มีผู้หายเบื้องต้นกว่า 30 ราย
โดยได้มีการออกหมายจับ น.ส.ศรินรัตน์ฯ ไว้แล้วจำนวน 7 หมายจับ ในความผิดฐานเดียวกันและความผิด ฐานฟอกเงิน คือ 1.ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 515/2565 ลงวันที่ 28 ธ.ค.2565 2.ตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 127/2566 ลงวันที่ 7 เม.ย.2566 3.ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่185/2564 ลงวันที่ 11 มี.ค.2564 4.ตามหมายจับของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 130/2564 ลงวันที่ 8 ก.ค.2564 5.ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 63/2565 ลงวันที่ 27 ม.ค.2565 6.ตามหมายจับของศาลแขวงดุสิต ที่ 59/2564 ลงวันที่ 5 เม.ย.2564 และ 7.ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรีที่ 175/2564 ลงวันที่ 19 เม.ย.2564 รวมค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเงินกว่า 5,000,000 บาท โดยมีรูปแบบการประทุษกรรมในลักษณะเดียวกัน กล่าวคือ กลุ่มมิจฉาชีพจะโฆษณาชวนเชื่อผ่าน ช่องทางสื่อออนไลน์เช่น Face book หรือ Tik Tok เชิญชวน ให้ผู้เสียหายมาทำการลงทุนร่วมกัน กดไลท์ กดแชร์ ปั่นรีวิว ทำภารกิจต่างๆ โดยอ้างว่าจะได้รับเงินและกำไรจากการทำภารกิจ หรือลงทุนได้โดยง่ายในอัตราที่สูง ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ลงทุนไป โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะสร้างบัญชีหรือพอตแสดงยอดเงินที่ลงทุนและกำไรของผู้เสียหายขึ้นมา และผู้เสียหายสามารถถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวได้จริงในครั้งแรกๆ เพื่อให้
ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพเพื่อทำการลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยภายหลังผู้เสียหาย ลงทุนเพิ่มขึ้นแล้ว จะไม่สามารถถอนเงินที่ลงทุนไปและส่วนของกำไรตามที่หลอกลวงได้อีก โดยอ้างว่าผู้เสียหายทำการลงทุนไม่ถูกต้อง ผิดขั้นตอน หรือบัญชีมีบัญหา และให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มขึ้นอีก เพื่อทำการแก้ไขและจะทำการถอนเงินได้อันเป็นอุบายหลอกลวงเอาเงินของผู้เสียหาย ให้ได้มากที่สุด
Share this content:
