



ปรีชา / จ.ราชบุรี
ข่าว น้ำท่วมซ้ำซากชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 30 ปี อ้างนิคมฯขวางทางน้ำ กระทบ 3 ตำบล
ในวันนี้( 18 ก.ย. 69) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในหมู่บ้านหนองศาลา หมู่ 10 ต.บ้านสิงห์ และชาวบ้านในหมู่ 1 ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งมีพื้นที่ติดกัน 2 ตำบล ว่าช่วงที่ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่ทำการเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งสภาพแบบนี้เป็นมากว่า 30 ปีแล้ว แม้ว่าจะเคยยื่นหนังสือร้องเรียนไปถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา ในสมัยที่เป็นนายกอยู่ จนมาถึงตอนนี้สภาพน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝนก็ยังคงเหมือนเดิม ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างจริงจังและยั่งยืน โดยชาวบ้านบอกว่าสาเหตุที่ชาวบ้านต้องพบเจอสภาพแบบนี้เพราะเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน มีนิคมอุตสาหกรรมมาซื้อที่ดินแล้วถมเพื่อสร้างตัวนิคมฯ แต่ไปถมลำรางสาธารณะที่น้ำเคยไหลไปได้ ทำให้ตอนนี้ลำรางนั้นตัน น้ำไหลไปไหนไม่ได้ทำให้ท่วมขังและเกิดเน่าเสีย ซึ่งเมื่อน้ำเน่าเสียจะดูดออกไปพื้นที่อื่นก็ไม่มีใครยอมรับเพราะน้ำเน่า โดยเฉพาะคลองชลประทานนั้นไม่ให้ดูดลงไปในคลองเพราะน้ำเน่าเกรงว่าจะเกิดผลกระทบ
ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่พบนายสหรัช ชะนิ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านสิงห์ และนายสันติพร แววสวัสดิ์ นายกอบต.ดอนทราย ได้มาลงพื้นที่ติดตามและหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก หลังชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมเป็นเวลานานกว่า 30 ปี
จากการสอบถามนายธนกร ตรีสาศรี ชาวบ้านที่เดือดร้อน ก็เล่าให้ฟังว่า เดิมนั้นลำรางสาธารณะแห่งนี้น้ำสามารถไหลออกไปสู่คลองชลประทานได้สบาย น้ำไม่เคยท่วมขัง แต่ต่อมาทางนิคมอุตสาหกรรมมาซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างก็ทำการถมลำรางสาธารณะ เนื่องจากทางเจ้าของที่ดินเดิมนั้นไม่ได้มีการกันพื้นที่ในโฉนดที่ดินให้เป็นลำรางสาธารณะ และเมื่อขายกแปลงทางเจ้าของคนใหม่คือนิคมอุตสาหกรรมก็ทำการถมดินปิดลำรางสาธารณะ จึงทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนเรื่อยมา ประกอบกับทางน้ำไหลเส้นทางอื่นอีกเส้นทางซึ่งต้องผ่านที่ดินของเอกชน และเมื่อเขาทำการปิดน้ำก็ไหลไปไหนไม่ได้ ตอนนี้ชาวบ้านต้องช่วยตัวเองด้วยการจ้างรถแบคโฮมาขุด จนพื้นที่นั้นลึก แต่พอฝนตกหนักน้ำก็ท่วมขังอยู่ดีเพราะไหลไปไหนไม่ได้
ด้านนายสหรัช ชะนิ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านสิงห์ และนายสันติพร แววสวัสดิ์ นายกอบต.ดอนทราย ก็บอกว่าเบื้องต้นก็จะนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งแล้วสูบน้ำดันออกไปทางถนนเพชรเกษมและได้ประสานไปยัง อบจ.ราชบุรี ให้มาช่วยขุดลอกวัชพืชในลำรางออกเพื่อให้น้ำได้ระบายได้เร็วขึ้น ส่วนในอนาคตก็จะแก้ปัญหาโดยจะประสานหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวมาร่วมประชุมในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะอยากจะหาคนกลางในการมาพูดคุยระหว่าชาวบ้านกับทางนิคมฯ เพื่อขอให้น้ำไหลผ่านพื้นที่ของนิคมฯในช่วงหน้าฝน ซึ่งอยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีให้ช่วยลงมาดูและมาช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านด้วย เนื่องจากที่ผ่านก็พยายามช่วยชาวบ้านแก้ปัญหามาตลอด แต่ก็ได้แค่ชั่วคราวเพราะการผันน้ำไปเส้นทางอื่นซึ่งต้องอ้อมไปไกลก่อนจะไปลงแม่น้ำแม่กลองนั้นทำให้น้ำไหลช้าเพราะระยะทางมันไกล ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนหลายตำบล
ส่วนนางเพ็ญประภา โตนกินรี อายุ 54 ปี ชาวบ้านที่ปลูกผัก ก็บอกว่าที่สวนนั้นปลูกผักหลายชนิดรวมทั้งผักบุ้งนำไปขายที่ตลาดโพธารามทุกวัน มีรายได้ดีแต่ตอนนี้น้ำท่วมหมดแล้วโดยฉพาะผักบุ้ง ซึ่งเป็นผักชลูดน้ำ แต่ผักบุ้งตอนนี้สูงแค่หัวเข่า แต่น้ำท่วมถึงหน้าอก ทำให้ชลูดไม่ทัน เน่าตายหมดแล้ว และจะเป็นอย่างนี้ทุกปีในช่วงหน้าฝน ต้องทนถูกน้ำท่วมมากว่า 30 ปีและแต่ละครั้งก็นานเกือบเดือนกว่าที่น้ำจะลด และทุกปีก็จะต้องไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเกษตรจังหวัดทุกปีเพื่อขอค่าชดเชย แต่ก็ได้มาไม่เพียงพอ เพราะการนำผักไปขายทุกวันย่อมได้มากกว่าอยู่แล้ว ทำหนังสือร้องเรียนไปยื่นถึงมือพล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา ในสมัยที่เป็นนายกอยู่ แต่ก็ยังแก้ปัญหาให้ไม่ได้
Share this content:
