


ลำปาง-พศจ.ลำปาง นำคณะผู้บริหารสถานประกอบการและตัวแทน นักร้องจากสถานบันเทิง 2 แห่งเข้ากราบขอขมาต่อ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ วัดพระแก้วดอนเต้าฯ อ.เมืองลำปาง ผู้บริหารสถานประกอบการและตัวแทน นักร้องจากสถานบันเทิง 2 แห่งใน จ.ลำปาง ได้เดินทางเข้ากราบขอขมาต่อ พระราชจินตวชิราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง และ เจ้าอาวาสวัดพระแก้วดอนเต้าฯ โดยมีนายคนึงกิจ พรหมนุชานนท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง เข้าร่วม
จากกรณีที่ปรากฏภาพข่าวการจัดแสดงดนตรีโดยแต่งกายเลียนแบบพระภิกษุสงฆ์และมีพฤติกรรมส่อไปในทางลามกอนาจาร ซึ่งกระทบกระเทือนต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวางในการนี้ ตัวแทนจากสถานบันเทิงทั้งสองแห่งได้นำพานพุ่มดอกไม้ธูปเทียนแพเข้ากราบขอขมา พร้อมกล่าวสำนึกผิดต่อการกระทำที่ขาดความยั้งคิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์และกราบขออภัยต่อพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศพร้อมยืนยันว่านับจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรูปแบบการแสดงภายในร้าน มีให้เกิดเหตุการณ์ที่ลบหลู่สถาบันศาสนาและขัดต่อศีลธรรมอันดีเช่นนี้อีก
พระราชจินตวชิราภรณ์ ได้มีเมตตาสัมโมทนียกถาตักเตือนสติแก่คณะผู้เข้าขอขมาว่า “พระพุทธศาสนาสอนให้รู้จักความเมตตาและการให้อภัย เมื่อผู้กระทำผิด
เกิดความด่างพร้อยแล้วรู้จักสำนึกผิดและตั้งใจแก้ไขปรับปรุงตัว ทางคณะสงฆ์ก็พร้อมที่จะเมตตาอโหสิกรรมให้เพื่อมิให้เป็นเวรกรรมต่อกันสืบไป แต่ขอให้จดจำไว้เป็นบทเรียนอันสำคัญว่า สัญลักษณ์ทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นจีวรหรือเครื่องสมณบริขาร ล้วนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำมาล้อเลียนหรือใช้ประกอบการบันเทิงในทุกกรณี”
ต่อมาผู้ประกอบการสถานบันเทิงและศิลปินผู้ทำการแสดง ได้เดินทางไปยัง พศจ.ลำปาง เพื่อแสดงความประสงค์ที่จะจัดทำ “บันทึกการขอขมา” ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันถึงความสำนึกผิดอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผลทางกฎหมายจากการเข้าขอขมาในครั้งนี้ พศจ.ลำปางเน้นย้ำและทำความเข้าใจต่อสังคมใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1.เป็นไปตามหลักเมตตาธรรม คณะสงฆ์และ พศจ. ลำปาง ยินดีรับการขอขมาและอโหสิกรรมให้เพื่อให้โอกาสผู้ที่สำนึกผิดได้ปรับปรุงตัวตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา 2.ไม่มีผลให้คดียุติ(คดีอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้)การกระทำดังกล่าวเข้าช่ายความผิดฐานเหยียดหยามศาสนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206 ซึ่งเป็น “คดีอาญาแผ่นดิน”การขอขมาในวันนี้ ไม่มีผลเป็นการยุติ ระงับ หรือถอนคำร้องทุกข์ในทางกฎหมายแต่อย่างใด พศจ.ลำปาง และ พงส. สอบสวน จะยังคงต้องดำเนินต่อไปจนถึงที่สุด
และ 3. ผลของบันทึกการขอขมาในทางกฎหมายบันทึกที่จัดทำขึ้น เป็นเพียงหลักฐานแสดงความสำนึกผิดของจำเลย ซึ่งจำเลยสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในชั้นศาล เพื่อเป็น “เหตุบรรเทาโทษ” หรือให้
ศาลพิจารณาลดหย่อนโทษตามกฎหมายเท่านั้น แต่ไม่อาจลบล้างความผิดที่ได้กระทำสำเร็จไปแล้วได้
“พศจ.ลำปาง ขอใช้โอกาสนี้วิงวอนไปยังผู้ประกอบการสถานบันเทิงและศิลปินทั่วประเทศ ให้ใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุดในการสร้างสรรค์การแสดง โดยงดเว้นการนำเครื่องกาสาวพัสตร์หรือสัญสัญลักษณ์ทางศาสนามาใช้ประกอบการแสดงในลักษณะล้อเลียนหรือลามกอนาจาร เพื่อรักษาไว้ซึ่งศีลธรรมอันดีและความสงบเรียบร้อยของสังคมไทย.”
วินัย/ลำปาง รายงาน.
Share this content:
