




ร้องป่าถูกบุกรุก! จนท.ลุยตรวจทับสะแก พบลานไม้ 40 ท่อน-ร่องรอยเลื่อยยนต์ จี้สอบใบอนุญาต คทช. ปมโค่นไม้ยางกลางเขตป่าสงวนฯ
ประจวบคีรีขันธ์ – สนธิกำลังหลายหน่วยงานบุกตรวจป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทับสะแก หลังชาวบ้านร้องสื่อพบเครื่องจักรแผ้วถางพื้นที่ลาดชัน ตรวจค้นพบตอไม้ ร่องรอยเลื่อยโซ่ยนต์ เครื่องจักรชักลาก และไม้ยางพารากองทับทิม 40 ท่อน อายัดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก ด้านผู้ครอบครองหอบเอกสาร คทช. ยันยื่นเรื่องแล้ว แต่ จนท. ชี้ชัด “ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำไม้” เร่งสอบสิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบพื้นที่บริเวณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังพบความเคลื่อนไหวผิดปกติ มีการนำเครื่องจักร รถไถ รถตัก และเลื่อยโซ่ยนต์ เข้าไปโค่นต้นไม้ในพื้นที่ลาดชันคล้ายป่าอนุรักษ์ พร้อมกองไม้จำนวนมาก โดยเกรงว่าเป็นการบุกรุกตัดไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 กันยายน 2569 คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.3 (ห้วยทราย), ศูนย์ป่าไม้ประจวบคีรีขันธ์, ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก, ทสจ.ประจวบคีรีขันธ์, ตำรวจ บก.ปทส., ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ฯ, ตชด.146 และกำนันตำบลนาหูควาง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ระบุว่า จุดเกิดเหตุอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทับสะแก บริเวณบ้านประดู่ลาย หมู่ 8 ต.นาหูควาง อ.ทับสะแก ตรวจพบร่องรอยการตัดโค่นต้นยางพาราด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ร่องรอยการใช้เครื่องจักรชักลากไม้เป็นบริเวณกว้าง และพบไม้ยางพาราถูกตัดกองไว้ รวมทั้งสิ้น 40 ท่อน จึงได้จัดทำบัญชีของกลางเพื่อดำเนินการอายัดตามระเบียบ
ระหว่างการตรวจสอบ นางวรรณพร (ขอสงวนนามสกุล) ได้นำเอกสารการเข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จำนวน 3 ฉบับ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าเป็นพื้นที่ของตนและญาติ และได้ยื่นขออนุญาตทำไม้ยางพาราไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม รายงานการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ระบุชัดเจนว่า ในขณะที่เข้าทำการตรวจสอบ พื้นที่ดังกล่าวย่อมอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และผู้ครอบครองยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เบื้องต้น คณะเจ้าหน้าที่ได้บันทึกตรวจยึดและรวบรวมพยานหลักฐาน นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทับสะแก เพื่อสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดและตรวจสอบขอบเขตสิทธิ์ในที่ดิน คทช. ดังกล่าวอย่างละเอียด หากพบการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้จะดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป ส่วนไม้ของกลางจำนวน 40 ท่อน ได้ส่งมอบให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.3 (ห้วยทราย) เป็นผู้ดูแลรักษาไว้แล้ว พิสิษฐ์รื่นเกษมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โทร 064-364-1644
Share this content:
