ดร.กัลยาณี ชวนเที่ยวชม “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” แลนมาร์คใหม่ของศรีสะเกษ



วันที่ 4 กันยายน 2569 ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้นำกรรมการและสมาชิกประกอบด้วย ดร.รัชพล สุทนต์ นางณัฐษมนต์ ณุวงค์ศรี นางนารีรัตน์ อิสริยศไกร นายประทิน สายเสน นางผลิดา สินศิริ นส.ฐิตินันท์ เกษสุรินทร์ นายพิสิษฐ์ สิริวิริยะธนา นายบุญทัน ธุศรีวรรณ ไปที่ ศูนย์การเรียนรู้ โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์ เรือนจำชั่วคราวเมืองเหนือ ซึ่งมีนาย อรรถสิทธิ์ ทองแสง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ รอต้อนรับและพาคณะเยี่ยมชมพร้อมทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์อธิบายความหมายของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละจุด














นาย อรรถสิทธิ์ ทองแสง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่า ตนมาปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่ง ผบ.เรือนจำศรีสะเกษตั้งแต่ปีพศ.2566 และ เมื่อเห็นว่า ปี 2569 จะเกษียณอายุ ก็อยากจะฝากอะไรไว้ให้กับจังหวัดศรีสะเกษ โดยการดำเนินการ เปลี่ยน Mindset เจ้าหน้าที่ใหม่ เปลี่ยนconcept จากแก้แค้น ทดแทนเป็นการแก้ไขผู้ต้องขังให้กลับไปเป็นคนดีของสังคม สร้างราชฑัณฑ์ปันสุข จัดพื้นที่ที่ว่างเปล่าเป็นป่ารก พัฒนาเป็นโคกหนองนา ซึ่ง ผู้ต้องขังที่มาทำงานต่างก็ได้รับเกียรติบัตรจากการอบรมโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์“ ซึ่งประยุกต์ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้านและสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก สามารถดำเนินการปั้นโคก ขุดหนอง ทำนาให้พอกิน พออยู่ พอใช้ มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนทัศนคติ แนวความคิด ฝึกวินัย ลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหาจริง ผู้ผ่านการอบรมมีความถนัดด้านการเกษตรมาทำงาน ร้อยเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองศรีสะเกษ พัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ได้ไม้จากการบริจาคจากประชาชน มาช่วยทำเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เกือบหนึ่งปี ได้ โคกหนองนา สกายวอล์ค มีหอเกียรติยศ เล่าเรื่องราวต่างๆ ทุกด้าน ให้ผู้ที่อยู่รุ่นหลังได้ศึกษา มีหมู่บ้านสี่เผ่าไทย มีบ่อเต่าชูคาต้าเป็นเต่าอัฟริกา ที่กำลังเป็นที่นิยม มีร้านกาแฟ ฯลฯ
ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษกล่าวปิดท้าย ภายหลังจากคณะกรรมการสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมทุกจุดว่า ทุกคนรู้สึก ชื่นชมความคิดของ นาย อรรถสิทธิ์ ทองแสง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษมาก ที่สร้างสิ่งที่ทำได้ยากแต่สำเร็จจนได้ผลเลิศล้ำ เพราะนอกจากพัฒนาป่ารกร้างให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว แล้วยังเป็นการฝึกวิชาชีพและพัฒนาผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษให้เตรียมความพร้อมกลับสู่สังคม แต่เดิมเมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษก็ออกสู่เรือนจำทันที แต่ท่านมองว่าถ้าเขาออกไปข้างนอกจะปรับสภาพไม่ทัน เพราะอยู่ในเรือนจำนาน ก็เลยคิดปรับให้เป็นเรือนจำแบบเปิด ไม่ทำเรือนจำที่มีกำแพง ควบคุมด้วยใจ เป็นการทดลองให้ผู้ที่จะพ้นโทษได้ฝึกวิชาชีพ ได้เห็นสังคมภายนอก ได้ปรับตัว ท่านคัดผู้ต้องขังชั้นดีที่จะพ้นโทษ มาช่วยกันทำงานข้างนอกเรือนจำ จะเห็นได้จากที่เราเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดไม่ได้ใช้เครื่องจักรอะไรเลย มาจากฝีมือของเขาล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นเกษตร เลี้ยงสัตว์ ทำโคกหนองนา โดยเฉพาะร้านกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ เป็นอาชีพ ภายหลังพ้นโทษได้ทุกคน นโยบายนี้สามารถคืนคนดีสู่สังคม อย่างยั่งยืน ขอเชิญชวนให้ผู้ที่ชอบถ่ายภาพ ได้ไปชมแลนมาร์คแห่งใหม่ของศรีสะเกษซึ่งอยู่ในตัวเมืองการเดินทางสะดวกมาก ขอบคุณผู้ที่ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในเวลาไม่ถึงปี สร้างงานสร้างอาชีพสร้างความบันเทิงใจด้วย.
Share this content:
