

พังงา วุ่นทั้งอำเภอ หลังหนุ่มพนักงานลูกจ้าง อบจ.โพสต์ลงโซเชียล(เฟสบุ๊ค) ภาพอาวุธและมีข้อความเชิงข่มขู่ ว่าจะไปก่อเหตุในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ตะกั่วป่า จนทำให้ผู้บริหารของโรงเรียนที่มีลูกของผู้ก่อเหตุเรียนอยู่ต้องสั่งปิดโรงเรียน เป็นเวลา 2 วัน ครูและผู้ปกครอง บางรายต้องแห่เข้าแจ้งความที่ สภ.ตะกั่วป่า
เมื่อวันที่ 20 ส ค 2569 ที่จังหวัดพังงา ผู้สื่อข่าวข่าวรายงานว่า จากกรณีปรากฏในสื่อโซเชียล(เฟสบุ๊ค) กรณีที่มีบุคคลได้มีการโพสต์ข้อความลงในสื่อโซเชียลลงในแอปเฟสบุ๊ค มีการข่มขู่และจะทำร้ายโดยการใช้อาวุธปืนต่ออดีตภรรยา ซึ่งเป็นพฤติกรรมลอกเลียนแบบเหตุความรุนแรงที่ปรากฎขึ้นในสังคมปัจจุบัน สร้างกระแสและมีผลกระทบต่อสังคมคณะครู ผู้ปกครอง และโรงเรียนในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นอย่างยิ่ง จนทำให้ผู้บริหารของโรงเรียนผู้ก่อเหตุเรียนที่มีลูกของอยู่ต้องสั่งปิดโรงเรียน เป็นเวลา 2 วัน คือวันพฤหัสบดีที่ 20 และวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ต่อมาได้มีกลุ่มผู้ปกครองเข้าพบนายอำเภอตะกั่วป่า เพื่อหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ให้เกิดความรุนแรงในโรงเรียน ขึ้นในพื้นที่
ทางด้าน นายดำรงค์ ฉิมทับ นายอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยพ.ต.อ.ธรรมสรรค์ บุญทรง ผกก.สภ.ตะกั่วป่า ให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ตะกั่วป่า ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลหลังจากได้รับแจ้งจากครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา หาทางแก้ไขกรณีมี จนพบผู้ใช้ Facebook ชื่อ จูน นนนนน‘ ซึ่งเป็น Facebook ของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนฯ ทราบภายหลังว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวผู้เล่นคือ( นาย นก นามสมมุติ)อดีต เป็นสามีของเจ้าของบัญชี Facebook ดังกล่าวได้โพสต์ใน Facebook ว่า “โรงเรียนแห่งหนึ่ง”พร้อมมีภาพอาวุธและมีข้อความเชิงข่มขู่ และจะทำร้ายโดยการใช้อาวุธปืนต่ออดีตภรรยา ซึ่งผู้ปกครองและคุณครูโรงเรียน ได้เห็นข้อความใน Facebook จึงเกิดความไม่สบายใจหวั่นจะเกิดอันตรายกับเด็กในโรงเรียนและคุณครู จนทำให้ผู้บริหารของโรงเรียน ผู้ก่อเหตุเรียนที่มีลูกของอยู่ต้องสั่งปิดโรงเรียน เป็นเวลา 2 วัน คือวันพฤหัสบดีที่ 20 และวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569
วันเดียวกัน ที่ สภ.ตะกั่วป่า ตัวแทนผู้ปครองครอง ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่าพร้อมด้วย คณะครู ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับผู้โพสต์ข้อความ ดังกล่าวฯ โดยมีพ.ต.อ.ธรรมสรรค์ บุญทรง ผกก.สภ.ตะกั่วป่า ให้คำแนะนำยืนยันตำรวจจะคอยดูแลป้องกันและความปลอดภัยให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรภายในโรงเรียน ………………ดังในภาพ……..
ล่าสุด ณ.ที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า นายดำรงค์ ฉิมทับ นายอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยพ.ต.อ.ธรรมสรรค์ บุญทรง ผกก.สภ.ตะกั่วป่า และชุดสืบสวนฯ ร่วมกับฝ่ายปกครอง/ผู้นำท้องถิ่นได้เชิญตัวบุคคล ที่ได้มีการโพสต์ข้อความลงในสื่อโซเชียล(เฟสบุ๊ค)ที่มีลักษณะการข่มขู่และจะทำร้ายโดยการใช้อาวุธปืนต่ออดีตภรรยาและสถาบันการศึกษามาดำเนินการพูดคุยไกล่เกลี่ยกับอดีตภรรยา จนทำให้ทราบว่า ผู้ที่โพสต์มีความเครียดกดดันอันเนื่องมาจากอดีตภรรยากีดกันไม่ให้พูดคุยและพบกับลูกที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า โดยนายอำเภอตะกั่วป่าและผู้กำกับการสถานีตํารวจภูธรตะกั่วป่า ได้ดำเนินการประนีประนอมข้อพิพาทจนสามารถตกลงทำความเข้าใจกันได้ และลงชื่อในบันทึกข้อตกลงที่อำเภอตะกั่วป่าได้จัดทำขึ้นทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายอดีตสามีที่ได้โพสต์ข้อความลงในสื่อโซเชียล(เฟสบุ๊ค) รับปากกับนายอำเภอว่า จะไม่มีการโพสต์ในลักษณะดังกล่าวอีก และไม่มีความคิดที่จะทำร้ายใครใดๆ ทั้งสิ้น และหลังสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจปัสสาวะ เป็นผลบวก ฉี่สีม่วง เจ้าตัวยอมรับว่าได้เสพยาบ้า จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตัวส่ง สภ.ตะกั่วป่า เพื่อรวบรวบหลักฐานและจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป
สัมภาษณ์…ทางนายดำรงค์ ฉิมทับ นายอำเภอตะกั่วป่า กล่าวว่า ทางอำเภอตะกั่วป่า เพิ่มมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน หลังจากมีการโพสต์ข้อความข่มขู่จะมีการจลาจลในสถานศึกษาซึ่งจากกรณีที่มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความในลักษณะข่มขู่ว่าจะก่อเหตุรุนแรงและพาดพิงถึงครูรวมถึงสถาบันการศึกษาในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จนสร้างความวิตกกังวลและความหวาดกลัวให้แก่คณะครู นักเรียน และผู้ปกครองเป็นวงกว้าง เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 สิงหาคม 2569 หลังจากได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ปกครอง ทางอำเภอได้ประสานงานร่วมกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตะกั่วป่าในทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่าสาเหตุเกิดจากปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว โดยฝ่ายชายมีความเครียดสะสมจากกรณีที่อดีตภรรยากีดกันไม่ให้พบหรือติดต่อกับบุตรที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนดังกล่าว ล่าสุด ทางอำเภอตะกั่วป่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรตะกั่วป่า ได้เชิญตัวผู้โพสต์ข้อความ, อดีตภรรยา, บุตร, นายจ้าง และผู้ปกครองของทั้งสองฝ่าย มาร่วมพูดคุยไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งผลการเจรจาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้และได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน โดยมีนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตะกั่วป่า ร่วมลงนามเป็นพยาน ซึ่งมีข้อสรุปสำคัญ คือ เปิดโอกาสให้ฝ่ายบิดาสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับบุตรได้ตลอดเวลาเมื่อคิดถึง ฝ่ายมารดาอนุญาตให้ฝ่ายบิดามาพบและพาบุตรไปทำกิจกรรม เช่น รับประทานอาหาร หรือท่องเที่ยวภายนอกได้ตามความเหมาะสม ด้านการดูแลและส่งเสียการศึกษา ให้บุตรอาศัยอยู่ในการดูแลของมารดาและศึกษาต่อในสถานศึกษาเดิม โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันรับผิดชอบดูแลและอบรมสั่งสอนบุตรให้เป็นคนดี ทั้งนี้ ผู้โพสต์ข้อความได้แสดงความสำนึกผิด และยืนยันว่าจะไม่โพสต์ข้อความ หรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมลงในสื่อสังคมออนไลน์อีก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความผิดทางกฎหมาย เช่น การกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือข้อหาอื่น ๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
นายอำเภอตะกั่วป่า กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามข้อสั่งการและนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา อำเภอตะกั่วป่าได้ยกระดับและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ฝ่ายความมั่นคง, ฝ่ายปกครอง, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครอง ในการจัดเวรยามเฝ้าระวัง ตรวจตรา และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรง พร้อมสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่าอย่างเด็ดขาด
Share this content:
