




ข่าว.หัวหน้าค่ายมวยหวังรวยทางลัด ขนบังคลาเทศ เมียนมา 10 รายจากชายแดน ซิ่งหนีตำรวจทางหลวง ไล่ล่าระทึกนานกว่า 3 ชั่วโมง
ระทึกกลางดึก ตำรวจทางหลวงพบรถกระบะต้องสงสัยขนบุคคลต่างด้าวเต็มคัน เรียกตรวจกลับเร่งเครื่องหลบหนี ก่อนขับเข้าหมู่บ้านแล้วทิ้งรถ คนขับเผ่นเข้าป่ายูคาลิปตัส ขณะที่ต่างด้าว 10 รายกระโดดหนี กระจายตัวตามหมู่บ้านและพื้นที่เกษตร เจ้าหน้าที่ผนึกกำลังชาวบ้านไล่ล่านานกว่า 3 ชั่วโมง จับกุมได้ครบ พบคนขับเป็นหัวหน้าค่ายมวยชายแดน รับจ้างขนคนเที่ยวละ 5,000 บาท
เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กก.3 บก.ทล. ออกตรวจพื้นที่บนทางหลวงหมายเลข 359 บริเวณ อ.เขาไม้แก้ว จ.ปราจีนบุรี รอยต่อ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการลักลอบขนบุคคลต่างด้าวจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พบรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน กธ 5073 สระแก้ว ขับมาด้วยความเร็ว โดยมีสัมภาระจำนวนมากอยู่บริเวณท้ายกระบะ เจ้าหน้าที่จึงเปิดสัญญาณไฟและเรียกให้หยุดตรวจ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหลบหนี ตำรวจจึงประสานกำลังเสริมติดตามสกัดจับ รถคันดังกล่าวขับหลบหนีเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้าน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ก่อนเสียหลักจอดบริเวณทางเปลี่ยวท้ายหมู่บ้าน คนขับรีบเปิดประตูวิ่งหนีเข้าแปลงป่ายูคาลิปตัส เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดและสามารถควบคุมตัวไว้ได้
ขณะเดียวกัน บุคคลต่างด้าวที่โดยสารมากับรถ อาศัยช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามคนขับ กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีกระจัดกระจายเข้าไปในหมู่บ้านและพื้นที่เกษตร เจ้าหน้าที่จึงประสาน นายพชร การไชยแสง กำนันตำบลวังท่าช้าง นำกำลังชาวบ้านร่วมกันติดตามค้นหา
ปฏิบัติการไล่ล่าดำเนินไปนานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวได้ครบทั้ง 10 ราย เป็นชาวบังกลาเทศ 9 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นพบว่าไม่มีหลักฐานการเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหารวม 11 ราย ประกอบด้วยชายไทย 1 ราย ซึ่งทำหน้าที่ขับรถ และบุคคลต่างด้าว 10 ราย เป็นชาวบังกลาเทศ 9 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย เมื่อตรวจสอบเอกสารพบทั้งหมดไม่มีหลักฐานการเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง พร้อมตรวจยึดรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน กธ 5073 สระแก้ว จำนวน 1 คัน ไว้เป็นของกลาง
จากการสอบสวนเบื้องต้น ชายไทยอายุ 42 ปี อ้างว่าเป็นหัวหน้าค่ายมวยในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และรับจ้างขนบุคคลต่างด้าวมาประมาณ 3 เดือน โดยรับงานจากชายชื่อ “นะ” ไม่ทราบนามสกุล ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 บาท โดยรับบุคคลจากแนวชายแดนอรัญประเทศ ก่อนนำไปส่งที่สถานีขนส่งในกรุงเทพฯ อ้างว่านำเงินที่ได้มาใช้หมุนเวียนภายในค่ายมวย
ส่วนบุคคลต่างด้าวทั้ง 10 ราย ให้การเบื้องต้นว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานก่อสร้างอยู่ในประเทศกัมพูชา จากนั้นลักลอบเข้าประเทศไทย เพื่อเดินทางไปยังสถานทูตบังกลาเทศในประเทศไทย และเตรียมเดินทางกลับประเทศของตน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการลักลอบขนบุคคลต่างด้าว รวมถึงติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป….
….. รายงานข่าวจาก.ไตรรัตน์ มีวงษ์ จ.สระแก้ว…
Share this content:
