



ลำปาง-อดีตสามีมือปืนโหด สำนึกผิดอยากมาขอขมาศพอดีตภรรยา หลังญาตินำศพมาบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม กำหนดฌาปนกิจศพในวันที่ 3 ส.ค.นี้
เมื่อเวลา 20.00 น วันที่ 31 ก.ค 2569 ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาเอนกประสงค์หน้าวัดช่างแต้ม อ.เมืองลำปาง บรรดาญาติพี่น้องนางธัญญพัทธ์ หรือนางชมพู่ิอายุ 55 ปี เคลื่อนศพจาก รพ.ลำปาง มาบำเพ็ญกุศลเป็นวันแรก ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของบรรดาญาติ เพื่อนและคนรู้จัก เนื่องจากผู้ตายเป็นคนนิสัยดี ใจบุญและเป็นที่รักของชาวบ้านและชุมชน
หลังเกิดเหตุได้เก็บศพไว้ที่ รพ.ลำปาง 4 วัน เนื่องจากมีวันสำคัญ โดยมีบรรดาญาติพี่น้องเป็นเจ้าภาพในการสวดระอภิธรรมศพ โดยมีพระอธิการสมพร ปภสฺโร เจ้าอาวาสวัดช่างแต้ม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ทางญาติผู้ตายกล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมานายเดชได้หย่ากับภรรยาคนเก่า มีลูกติดมา 1 คนเรียนจบ ทำงานแล้ว หลังมาอยู่กินกับนางชมพู่มีลูกชาย 1 คนเรียนจบและทำงานที่กรุงเทพฯเช่นกัน ที่ผ่านมาทั้งสองคนก็รักกันดี แต่ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรกันเนื่องจากเป็นปัญหาครอบครัว จนกระทั่งทราบว่าก่อนที่จะหย่ากันมีการทะเลาะกันแต่ไม่นึกว่าจะถึงขั้นฆ่ากันเลย ญาติพี่น้องทุกคนก็เสียใจแต่ก็ไม่ได้อาฆาตอะไรปล่อยให้เป็นกรรมของแต่ละคน ขออโหสิกรรมให้จะได้ไม่มีเวรกันเพราะคนตายก็หมดสิ้นเวรกรรม ส่วนคนทำก็ต้องใช้กรรมในคุก
ทั้งนี้เมื่อเวลา 17.30 นวันที่ 27 ก.คที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันที่บ้านเลขที่ 12/1 ซอยช่างแต้ม 1 เขตเทศบาลนครลำปาง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา นางธัญญพัทธ์ หรือชมพู่ อายุ 55 ปี ผจก.ลำปางลิสซิ่ง ถูกยิงด้วยอาวุธกระสุนลูกปืนขนาด .38 ตามลำตัว ไหปลาร้า ท้องน้อย จำนวน 5 นัด นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายเดช อายุ 61 ปี อดีตสามี หลบอยู่ในบ้านก่อนมอบตัวกับตำรวจพร้อมอาวุธปืนสั้นขนาด.38 พร้อมลูกระสืนอาวุธปืนในรังเพลิง 1 นัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกลูกกระสุนอาวุธปืนตกอยู่ 4 ปลอก ตรวจค้นที่ห้องนอนชั้น 2 พบอาวุธลูกกระสุนปืน 4 นัดเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานและควบคุมตัวนายเดชผู้ต้องหาไปสอบสวน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเรื่องห้ามภรรยาไปเที่ยว เรื่องการติด GPS ในรถติดตามตัวภรรยา โดยทั้งคู่ได้จดทะเบียนหย่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังพักอาศัยที่บ้านด้วยกัน แต่นอนคนละชั้น เนื่องจากมีปัญหาเรื่องแบ่งทรัพย์สินและขายบ้านตกลงกันไม่ได้ โดยนายเดชผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีข้อหา 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ยิงปืนในที่สาธารณะ เมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ก่อนนำตัวฝากขังศาลในวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาและส่งตัวเข้าเรือนจำรอการส่งฟ้องเพื่อดำเนินคดี
สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนายเดชผู้ต้องหารับว่า ซื้อมาจากเจ้าของเต้นท์รถแห่งหนึ่งเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ราคา 35,000 บาทแต่ยังไม่ได้โอนชื่อเป็นของตนเองโดยซื้อมาเก็บไว้ที่ห้องนอนชั้น 2 จนกระทั่งนำมาก่อเหตุดังกล่าว แต่ทางญาติยังไม่ปักใจเชื่อเพราะที่ผ่านมาไม่เชื่อว่านายเดชจะมีปืน เพราะถ้ามีปืนจริง คงยิงนางชมพู่ตายแล้ว ทั้งนี้ นายเดชเคยทะเลาะและเคยใช้เข็มขัดจะฆ่ารัดคอ นางชมพู่ จนแจ้งความดำเนินคดีนายเดชก่อนที่จะมีการจดทะเบียนหย่าและนายเดชนำทองไปขาย ถามหาซื้อปืนคาดว่าเตรียมการนำมาใช้ก่อเหตุดังกล่าวซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป
จากการสอบถามญาติพี่น้องคนใกล้ชิดได้เดินทางไปเยี่ยมนายเดชผู้ต้องหา ที่เรือนจำจังหวัดลำปาง ทราบว่านายเดชสำนึกผิดอยากจะมาขอขมาศพแต่ออกจากเรือนจำไม่ได้และขอโทษสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าหลังเกิดเหตุยิงอดีตภรรยาตายก็จะผูกคอตายตาม แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกลุ่มเสียก่อน สำหรับการสวดพระอภิธรรมศพของนางชมพู่ทุกคืนจนถึงวันที่ 2 ส.ค.และทำการฌาปนกิจศพในวันที่ 3 ส.ค.ณ สุสานไตรลักษณ์ อ.เมืองลำปาง.
วินัย/ลำปาง รายงาน.
Share this content:
