
วช. ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อม “ศูนย์เรียนรู้สู่การปฏิบัติด้านเกษตรปลอดการเผา” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนจากเศษวัสดุทางการเกษตร อำเภอนาน้อย ในจังหวัดน่าน















วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายสรศักดิ์ ใจตุ้ย นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการในช่วงวันหยุด ร่วมกับนายนคร สอนสมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินน่าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตรา ปั้นรูป นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา จำนวน 15 ราย ณ ศูนย์เรียนรู้ชั่วคราวของนายประดิษฐ์ ดวงมา ผู้ใหญ่บ้านบ้านพืชเจริญ หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำตก อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การขยายผลเครือข่ายชุมชนด้านการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot Spot) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดน่าน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมุ่งเตรียมความพร้อมในการพัฒนา “ศูนย์เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” ภายใต้กรอบแนวคิด “เกษตรปลอดการเผา–เศรษฐกิจหมุนเวียน–ชุมชนยั่งยืน” เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธิต ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งเสริมการนำเศษเหลือวัสดุทางการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการลดการเผาในพื้นที่เกษตร ลดการเกิดจุดความร้อนและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน และพัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตรที่เชื่อมโยงกิจกรรมด้านพืช ปศุสัตว์ และประมงให้เกื้อกูลกันอย่างเป็นระบบ
กิจกรรมการเตรียมความพร้อมและการสาธิตภายในศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย 4 กิจกรรมสำคัญ ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 การใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรเป็นวัสดุรองพื้นในบ่อเลี้ยงกบ นำเศษวัสดุที่ย่อยสลายได้มาใช้เป็นวัสดุรองพื้น เพื่อช่วยดูดซับของเสียและสิ่งขับถ่ายจากกบ ลดการสะสมของน้ำเสียและกลิ่นภายในบ่อ เมื่อวัสดุผ่านการใช้งานและเกิดการย่อยสลายแล้ว สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน หรือเป็นแหล่งอาหารสำหรับไส้เดือนดินได้ เป็นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนภายในระบบการผลิตอย่างคุ้มค่า
กิจกรรมที่ 2 การใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรเป็นวัสดุให้สาหร่ายและพืชน้ำขนาดเล็กยึดเกาะสำหรับเลี้ยงหอยขมในตะกร้า นำเศษวัสดุทางการเกษตรมาจัดวางในระบบเลี้ยง เพื่อเป็นพื้นผิวให้สาหร่าย จุลินทรีย์ และพืชน้ำขนาดเล็กยึดเกาะและเจริญเติบโต ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติสำหรับหอยขม ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และส่งเสริมการเลี้ยงหอยขมโดยอาศัยกระบวนการทางธรรมชาติ
กิจกรรมที่ 3 การใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรเป็นวัสดุปรับปรุงและบำรุงดิน นำเศษวัสดุทางการเกษตรมาผ่านกระบวนการหมักหรือย่อยสลาย เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงสมบัติของดินสำหรับการปลูกฟักทอง ผักหวาน ถั่วลิสง และพืชสวนครัวชนิดต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความร่วนซุย ความสามารถในการอุ้มน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน พร้อมทั้งลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี
กิจกรรมที่ 4 การใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรเป็นวัสดุรองพื้นสำหรับการเลี้ยงไก่และเป็ดพื้นเมือง
นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เหมาะสมมาใช้รองพื้นคอก เพื่อช่วยดูดซับความชื้นและสิ่งขับถ่าย ลดกลิ่นและความสกปรกภายในพื้นที่เลี้ยง หลังสิ้นสุดรอบการเลี้ยงสามารถนำวัสดุรองพื้นที่ผสมกับมูลสัตว์ไปผลิตเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในแปลงเกษตร เป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมปศุสัตว์กับการผลิตพืชในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หน่วยงานด้านการพัฒนาที่ดิน สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน และเครือข่ายเกษตรกร ในการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยมีเป้าหมายพัฒนาศูนย์เรียนรู้ให้เป็นต้นแบบการจัดการเศษเหลือวัสดุทางการเกษตรที่ประชาชนสามารถเข้ามาศึกษา ทดลอง และนำไปปฏิบัติได้จริง อันจะนำไปสู่การลดการเผา ลดปัญหา PM2.5 ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนฐานรากต่อไป
#นายวิวรรธน์ แพ่งสุภาประธานเครือข่ายสื่อออนไลน์ภาคเหนือ 17 จังหวัด รายงาน@
#ติดตามข่าวที่
#คมชัดAECTV ออนไลน์.
#ข่าวนครAECTV ออนไลน์
#ข่าวทั่วไทย
#ทั่วไทยbyโกดำ
Share this content:
