



ปรีชา / จ.ราชบุรี
สลด! กระบะเสียหลักตกคลองชลประทาน ดับ 2 ศพ ตำรวจเร่งหาสาเหตุ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 13 ก.ค. ร.ต.อ.ธีรศักดิ์ ยิ้มเจ้ย รองส.ว. (สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะตกลงคลองชลประทาน มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบนถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ 7 ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมืองราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับหมู่ 6 ตำบลธรรมเสน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ และมูลนิธิสว่างราชบุรี อำเภอโพธาราม
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีเทา ทะเบียน ผข 1600 ราชบุรี จมอยู่ภายในคลองชลประทาน เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย โดยแขนและศีรษะโผล่ออกมาทางกระจกแค็บฝั่งคนขับ และพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอีก 1 ราย อยู่บริเวณเบาะนั่งด้านหน้า นอกจากนี้ บริเวณริมคลองยังพบร่องรอยรถเสียหลักไถลตกลงไปในน้ำอย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ได้ลงค้นหาภายในรถเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ติดอยู่เพิ่มเติม ก่อนประสานรถยก แพทย์เวรจากโรงพยาบาลราชบุรี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
หลังนำรถขึ้นจากคลอง พบว่าแม็กล้อหน้าด้านซ้ายแตก กระจกแค็บทั้งสองฝั่งและกระจกหลังแตก จากการตรวจสอบเอกสารภายในรถ พบว่าผู้เสียชีวิตชายคือ นายอรรถพล ยอดนีโรจน์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 7 ตำบลทุ่งพง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี สภาพศพไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย ส่วนผู้เสียชีวิตหญิง อายุประมาณ 25–30 ปี สวมชุดนอนลายสีฟ้า ไม่พบเอกสารแสดงตัวตนและไม่พบบาดแผลภายนอกเช่นกัน
นายอนุสรณ์ ขำละม้าย อายุ 24 ปี ผู้พบเหตุเป็นคนแรก เล่าว่า ขณะกำลังขับรถออกไปทำนา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุสังเกตเห็นรถยนต์ตกอยู่ในคลองชลประทาน แต่ไม่เห็นช่วงที่รถตกลงไป จึงจอดรถลงไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ ก่อนรีบโทรแจ้งญาติและประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
ต่อมา ญาติของนายอรรถพลได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตชายว่าเป็นนายอรรถพลจริง ส่วนผู้เสียชีวิตหญิงนั้นไม่ทราบว่าเป็นใคร โดยให้ข้อมูลว่า นายอรรถพลเดินทางมาจากจังหวัดกาญจนบุรี มุ่งหน้าไปจังหวัดเพชรบุรี และมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างทาง
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนสันนิษฐานว่า ผู้หญิงอาจเป็นผู้ขับขี่ ขณะที่ผู้ชายน่าจะนั่งโดยสารอยู่ภายในรถ อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด ว่าเกิดจากการหลับใน ยางแตก หรือปัจจัยอื่น โดยต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Share this content:
