




ข่าว.กสทช.สนธิกำลังบุกค้น 2 จุดตลาดโรงเกลือ ทลายเครือข่ายลอบปล่อยเน็ตข้ามแดนเข้าปอยเปต พบโยงเส้นทางเงิน 185 บัญชี ส่อหนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์
สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง สนธิกำลังร่วมกับสำนักงาน กสทช. พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว พ.ต.อ.ชูชาติ คงเมือง ผู้กำกับการ สภ.คลองลึกพร้อมผู้แทนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต นำหมายค้นศาลจังหวัดสระแก้ว เลขที่ 88/2569 และ 89/2569 เข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัย 2 จุด ในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์
จุดตรวจค้นแห่งแรกเป็นอาคารภายในเขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ส่วนอีกแห่งเป็นอาคารพาณิชย์บริเวณตรงข้ามห้างบิ๊กซี สาขาตลาดโรงเกลือ โดยปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการขยายผลของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายลักลอบใช้โครงข่ายโทรคมนาคมผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง
จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของเส้นทางการเงิน โดยเครือข่ายดังกล่าวใช้บัญชีธนาคารในประเทศไทย 4 แห่ง โอนเงินต่อไปยังธนาคารในประเทศกัมพูชา 2 แห่ง และประเทศอินโดนีเซียอีก 1 แห่ง ก่อนมีปลายทางรับเงินภายในอาคารแห่งหนึ่งในเมืองปอยเปต
นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารอย่างน้อย 185 บัญชี โดยในจำนวนนี้มี 37 บัญชี ที่มีการแจ้งความออนไลน์ มีหมายเลขคดี (Case ID) หรือมีผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินแล้ว สะท้อนถึงความเป็นไปได้ว่าโครงข่ายดังกล่าวอาจถูกใช้สนับสนุนการกระทำผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ระหว่างการตรวจค้นภายในอาคารพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดตู้เซิร์ฟเวอร์สำหรับกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ติดตั้งระบบสื่อสารจำนวนมาก และเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ซึ่งใช้ควบคุมการส่งสัญญาณไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา
ในชั้นสอบสวน เจ้าของอาคารให้การในเบื้องต้นว่า เดิมประกอบธุรกิจรับถ่ายทอดสดผ่าน Facebook ให้กับผู้ค้าภายในตลาดโรงเกลือ แต่เมื่อถูกซักถามเพิ่มเติม ได้ยอมรับว่าเปิดให้เช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตแก่ผู้ใช้งานในเมืองปอยเปต คิดค่าบริการเดือนละ 40,000 บาท พร้อมระบุว่า ผู้โอนเงินเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Galaxy Casino ในเมืองปอยเปต
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร สำนักงาน กสทช. และผู้แทนผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ได้แก่ AIS, 3BB และ FIBRE3 เพื่อสกัดกั้นการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมออนไลน์และสนับสนุนขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่มีการควบคุมตัวผู้ใด เนื่องจากอยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์อุปกรณ์ดิจิทัล รวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
….รายงานข่าวจาก.ไตรรัตน์ มีวงษ์ จ.สระแก้ว…
Share this content:
