ล่าไอ้โม่งวิ่งราวกระเป๋าเงินค่าปุ๋ยแม่เฒ่า 6 หมื่นบาท ซิ่ง จยย.หนีลอยนวล
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ขณะที่ ร.ต.ท.สมประสงค์ พลลาภ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้า ตชต.สามพร้าว นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุคนร้ายเป็นชายวิ่งราวทรัพย์กระเป๋าเงินคุณป้า ในกระเป๋าสะพายแบบผ้าสีน้ำเงิน ในกระเป๋ามีเงินสดประมาณ 6 หมื่นบาท บัตรเอทีเอ็ม 2 ใบ บัตรผู้สูงอายุ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน บัตรประชาชน และเอกสารสำคัญต่างๆ ที่กระท่อมนาเลขที่ 588 ม.10 บ.สามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรฯ เมื่อประมาณ 40 นาทีที่ผ่านมา หลังจากได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี และกำลังตำรวจสืบสวนชุด “พิรุณ”










ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมนายกพื้นสูง อยู่ริมถนนระหว่างบ้านหนองไผ่คำ-บ้านสามพร้าว พบนางทองคูณ ขันโททอง อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 144 ม.12 บ.สามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี ผู้เสียหายนายสุรชัย สุวรรณแสง อายุ 61 ปี ผช.ผญบ. ม.12 บ.สามพร้าว ต.สามพร้าว สามีผู้เสียหาย และญาติ รอให้การกับตำรวจ แล้วนางทองคูณ ชี้จุดที่วางกระเป๋าเงินบนชั้นวางของ และกำลังขัดหม้อนึ่ง ห่างจากกระเป๋าเงินประมาณ 5 เมตร แล้วคนร้ายก็เดินเข้ามาถามว่า อยู่คนเดียวหรือไม่ ซึ่งป้าทองคูณก็ตอบว่าอยู่กับสามี แล้วคนร้ายได้ฉวยโอกาสหยิบเอากระเป๋าเงินวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไปทางบ้านหนองไผ่คำ ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี อย่างรวดเร็ว นางจึงร้องตะโกนให้คนช่วย แต่ก็ไม่ทันการ เนื่องจากสามีกำลังลงไปดูแปลงนาที่เตรียมไถหว่านปักดำ จำนวน 7 ไร่
จากนั้นจนท.ตร.ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ร้านของชำ ห่างจากกระท่อมที่เกิดเหตุประมาณ 150 เมตร พบรถจักรยานยนต์ของคนร้าย มีตำหนิรูปพรรณตรงตามที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลไว้ ระบุเวลา 10.06 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างท้วม สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบสีดำแถบขาว สวมโม่งสีฟ้าปิดบังใบหน้า ใช้รถจักรยานยนต์แบบหญิงสีดำคาดขาว ล้อแม็กสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขี่ผ่านร้านของชำ ผ่านไปประมาณ 5 นาที หรือเวลา 10.11 น. พบคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์คันเดิมย้อนกลับมาผ่านหน้าร้านของชำ มุ่งหน้าไปทางบ้านหนองไผ่คำ อย่างรวดเร็ว และมีกระเป๋าวางอยู่ตะกร้าหน้ารถ คาดว่าเป็นกระเป๋าเงินของคุณป้าทองคูณ ตำรวจได้วิทยุสกัดคนร้ายตามเส้นทางที่หลบหนี แต่ก็ยังไร้วี่แวว
นายสุรชัย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนอยู่ท้ายทุ่งนาของตนเอง เพื่อเตรียมไถหว่านปักดำ ห่างจากกระท่อมนาประมาณ 200 เมตร ได้ยินเสียงเมียร้องขอความช่วยเหลือจึงรีบกลับมากระท่อม ส่วนคนร้ายตนสงสัยคนใกล้ตัว หรือคนในหมู่บ้าน รู้ว่าภรรยาตนมีเงินสดในกระเป๋าจำนวนมาก จึงตามมาก่อเหตุ แล้วหลบหนีไป เดี๋ยวก็รู้ว่าหวยจะออกที่ใคร และให้เอามาคืนครึ่งเดียวก็ยังดี หากเป็นคนใกล้ตัวจริงๆ อยากจะถามว่าทำไปเพื่ออะไร มีความเดือดร้อนอะไรให้มาคุยกันตนก็จะช่วยเหลือ เงินที่คนร้ายได้ไปเป็นเงินขายที่นาบางส่วน มาใช้หนี้ลูกสาว และเหลือไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ลงทุนทำนา และเอาไว้ให้หลานคนโตรับปริญญา และหลานคนเล็กได้เรียนหนังสือ เพราะว่าตนและภรรยาก็แก่ตัวลงแล้ว
ขณะที่นางทองคูณ กล่าวว่า เงินสดในกระเป๋าสะพาย เป็นเงินที่ให้หลานกดจากตู้เอทีเอ็มมาไว้จ่ายค่าปุ๋ย และไว้ลงทุนทุกปีในฤดูกาลทำนา เช่น ซื้อปุ๋ย ยาฆ่าแมลง น้ำมันใส่รถไถนา และไว้ซ่อมรถไถ และเตรียมไว้อย่างนี้ทุกปี และไม่ค่อยออกมาที่กระท่อมนา เพราะตนป่วยเป็นความดันเบาหวาน สายตาก็มองไม่ชัด แต่ได้นัดคนส่งปุ๋ยไว้ จึงออกมาพร้อมเงินสดที่ให้หลานไปกดมาไว้ช่วงค่ำที่ผ่านมา ทีแรกได้ยินหมาเห่า คิดว่าคนเอาปุ๋ยที่ตนสั่งซื้อมาส่ง แล้วคนร้ายก็ก่อเหตุหยิบเอากระเป๋าเงินของตน วิ่งไปขี่สตาร์ทรถ จยย.ที่จอดอยู่หน้าบ้าน ขี่หลบหนีไปทางบ้านหนองไผ่คำอย่างรวดเร็ว คนร้ายรูปร่างท้วมเตี้ย อยากให้ตำรวจติดตามคนร้ายมาให้ได้โดยเร็ว เพราะเป็นเงินที่ตนและสามีเก็บหอมรอมริบมาไว้ใช้จ่ายยามแก่ชรา
////////////////////////
Share this content:
