อบต.รวมไทยพัฒนา เร่งพ่นหมอกควัน ป้องกันยุงลาย สกัดไข้เลือดออกช่วงฤดูฝน











เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า นายคนธรรพ์ พรถวิล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรวมไทยพัฒนา ได้สั่งการให้กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พ่นหมอกควัน เพื่อควบคุมและกำจัดยุงลายตัวเต็มวัย หลังในช่วงนี้พื้นที่อำเภอพบพระมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการฉีดพ่นหมอกควันครอบคลุมทั้ง 11 หมู่บ้าน ทั้งในชุมชน บ้านเรือนประชาชน วัด โรงเรียน และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค หลังพบว่าหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังตามภาชนะและพื้นดินจากฝนที่ตกสะสมอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพบพระ เปิดเผยสถานการณ์เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยเฝ้าระวังในพื้นที่ตำบลช่องแคบ จำนวน 2 ราย และตำบลคีรีราษฎร์ จำนวน 1 ราย อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบผู้ป่วยในพื้นที่ตำบลรวมไทยพัฒนา แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเร่งรณรงค์ให้ประชาชนเฝ้าระวังและร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างจริงจังในช่วงฤดูฝน
นายภิรมย์ ภู่นวล สาธารณสุขอำเภอพบพระ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่สำรวจและกำจัดแหล่งน้ำขัง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคชิคุนกุนยา และโรคไวรัสซิกา
นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพบพระ ยังได้เน้นย้ำมาตรการ “5 ป. 1 ข.” ได้แก่ ปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน ปล่อยปลากินลูกน้ำ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ปลอดโปร่ง ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และขัดล้างภาชนะไม่ให้มีไข่ยุงลายสะสม เพื่อช่วยลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในชุมชน
ส่วนมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่เฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ อสม. ในพื้นที่ ได้เร่งดำเนินการตามมาตรการ “3-3-1” และ “0-3-7” โดยรายงานผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัยภายใน 3 ชั่วโมง หลังการวินิจฉัย ลงพื้นที่กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในรัศมี 100 เมตร รอบบ้านผู้ป่วย รวมถึงพ่นสารเคมีควบคุมยุงตัวเต็มวัยในพื้นที่เสี่ยงอย่างเร่งด่วน
นายภิรมย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประชาชนพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวมีไข้สูงเกิน 2 วัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือมีผื่นแดง ควรรีบเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพบพระ หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้านทันที พร้อมขอความร่วมมือร้านขายยาและคลินิกในพื้นที่ หลีกเลี่ยงการจ่ายยากลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน และยาสเตียรอยด์ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในผู้ป่วยไข้เลือดออก
พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขภาพตนเอง ทายากันยุง นอนในมุ้ง และช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายภายในบ้านและชุมชน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ช่วงฤดูฝน
ชวลิต วิกุลชัยกิจ / รายงาน
Share this content:
