ประมงชลบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังพบรายงาน “ปลาหมอคางดำ” โผล่ทะเลพัทยา ยืนยันอยู่ได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำทะเล
จากกรณี มีรายงานการพบปลาหมอคางดำในพื้นที่ทะเลพัทยา หลังมีการเผยแพร่คลิปภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์และชาวประมงในพื้นที่แจ้งเบาะแส ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน









ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงค์ วรรณพัฒน์ ประมงจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณชายหาดพัทยา จุดที่มีรายงานพบปลาหมอคางดำ โดยเข้าพูดคุยกับนายสตาร์ท อุ่นกาเย็น อายุ 40 ปี เจ้าของคลิปผู้บันทึกภาพและสามารถทอดแหจับปลาหมอคางดำ ได้หลายสิบกิโลกรัม
นายสตาร์ท ให้ข้อมูลว่า พบปลาหมอคางดำว่ายรวมฝูงในทะเลต่อเนื่องหลายวัน พร้อมชี้จุดที่พบให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ลงสำรวจบริเวณแนวชายหาด จุดระบายน้ำ รวมถึงนำเรือออกตรวจสอบรอบพื้นที่แหลมบาลีฮาย โดยใช้อวนและทอดแหหลายจุด แต่ไม่พบปลาหมอคางดำเพิ่มเติม พบเพียงปลาแป้น ปลาไร และสัตว์น้ำทะเล ทั่วไป
นายณัฐพงค์ เปิดเผยว่า แม้ผลสำรวจในช่วงกลางวัน ยังไม่พบปลาหมอคางดำ แต่จากภาพหลักฐานที่บันทึกไว้เมื่อคืนที่ผ่านมา ยืนยันได้ว่าเป็นปลาหมอคางดำจริง คาดว่าการปรากฏตัวของปลาชนิดดังกล่าว อาจเกี่ยวข้องกับช่วงฝนตกหนัก ทำให้น้ำจากคลองและแหล่งน้ำกร่อยไหลลงทะเล พัดพาฝูงปลาลงมาสู่บริเวณชายฝั่ง
“ปลาหมอคางดำ สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำทะเล แต่แหล่งที่เหมาะสมที่สุดคือบริเวณน้ำกร่อยตามปากคลอง ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจาย” นายณัฐพงค์ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีรายงานพบปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี อาทิ อำเภอเมือง ศรีราชา บางละมุง พัทยา และสัตหีบ โดยพื้นที่ที่พบความหนาแน่นสูงยังคงเป็นบริเวณปากคลองบางละมุง และพื้นที่ตำบลตำหรุ
ประมงจังหวัดชลบุรี ระบุว่า ปลาหมอคางดำถือเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เนื่องจากเป็นนักล่าที่กินสัตว์น้ำขนาดเล็กและอาจรบกวนห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ จึงต้องมีมาตรการเฝ้าระวังและกำจัดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวทางจัดการ หากพบในพื้นที่ปริมาณไม่มากอาจใช้การจับออกจากแหล่งน้ำโดยตรง แต่หากพบในวงกว้างจะต้องประเมินมาตรการที่เหมาะสมร่วมกับชาวประมงในพื้นที่
นายณัฐพงค์ ยังย้ำว่า ปลาหมอคางดำสามารถนำมาบริโภคได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสามารถนำไปแปรรูปหรือใช้เป็นเหยื่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้ แต่ต้องทำให้ปลาตายสนิทก่อน เพื่อป้องกันการแพร่ขยายพันธุ์ซ้ำในธรรมชาติ
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานชาวประมงพื้นบ้านเฝ้าระวัง หากพบการระบาดเพิ่มขึ้นจะเร่งดำเนินมาตรการควบคุมทันที เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพัทยา ในระยะยาว.
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645
Share this content:
