



ลำปาง-สส.ปุ้ยพร้อมทีมงาน นายก อบต.นายางและนอ.สบปราบ นำพวงหรีดไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากถูกฟ้าผ่า
เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู สส. ลำปาง เขต 4 กธ.และทีมงาน มร.ลำปางและองค์การบริหารนักศึกษา นายก อบต.นายางและนายกองโท ปิยะวุฒิ พิทักษ์บริบาล นอ.สบปราบ นำพวงหรีดไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนางจันดี อายุ 55 ปี ชาวบ้านแม่กั๊วะพัฒนาและนายนวริช อายุ 21 ปีชาวบ้านแม่กั๊วะ ต.แม่กั๊วะ ที่เสียชีวิตจากถูกฟ้าผ่าที่ไร่มันสำปะหลังเขตรอยต่อระหว่าง ต.นาแส่ง อ.เกาะคาและ ต.แม่กั๊วะ อ.สบปราบ เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 11 พ.คที่ผ่านมา เพื่อขวัญและกำลังใจพร้อมมอบทุนทรัพย์ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสองรายและ นอ. สบปราบได้ประสานสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบทางราชการต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 17.30 นวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจสภ.สบปราบ รับแจ้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุภัยธรรมชาติฟ้าผ่าในไร่มันสำปะหลัง เขตรอยต่อ ต.แม่กัวะ อ.สบปราบ-ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จึงแจ้งประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดสบปราบ กู้ชีพ รพ. สบปราบ พร้อมตำรวจชุดสายตรวจ สภ.สบปราบ รุดไปตรวจสอบช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเดินทางข้ามดินโคลนไประยะทางกว่า 1 กม.ด้วยความทุลักทุเลบริเวณใกล้กระท่อมกลางสวนใต้ต้นมะม่วงภายในไร่ปั่นสำปะหลังพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิงอายุ 55 ปีทราบชื่อต่อมานางจันดี ชาวบ้านแม่กั๊วะพัฒนา ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บเป็นชายทราบชื่อต่อมา นายนวริช อายุ 21 ชาวบ้านแม่กั๊วะ นอนคว่ำหน้า มีรอยช้ำบริเวณลำคอได้รับบาดเจ็บใกล้กับรถนยต์กระบะที่จอดอยู่หน้ากระท่อมสลบเหมือดทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยปฐมพยาบาล และทำCPR มาตลอดทาง แต่เมื่อมาถึง รพ.สบปราบ แพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่ผู้ประสบเหตุทั้งสองได้เสียชีวิตในเวลา 18.45 น.ยังความโศกเศร้ากับครอบครัวทั้งสองเป็นอย่างมาก
จากการสอบถามญาติผู้รอดชีวิต ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางจันดีและญาติซึ่งเป็นผู้หญิงรวม 3 คนได้พากันไปปลูกมันสำปะหลังที่ไร่ดังกล่าวต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น.ได้เกิดฝนฟ้าคะนอง นายนวริช ได้ขับรถปิคอัพไปรับนางจันดี ซึ่งเป็นป้าและญาติอีกคนที่บริเวณกระท่อมที่พัก เนื่องจากถ้าฝนตกกลัวรถติดหล่มจะออกไม่ได้พร้อมได้พากันขนของใส่รถเพื่อที่จะกลับบ้าน ญาติอีกคนกำลังเปิดประตูรถ ขณะที่นางจันดีและหลานกำลังเก็บของใส่ท้ายรถ ทันใดเกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาทำให้สามคนกระเด็นไปคนละทางนอนหมดสติ ตนเองก็ล้มลงเหมือนกันแต่เนื่องจากอยู่ห่างทางด้านหน้ารถ และตกใจก่อนจะตั้งสติแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือท่ามกลางฝนได้ลมที่ตกหนัก ส่วนญาติอีกคนขับรถออกมาได้ก่อนที่จะเกิดเหตุ
ชาวบ้านกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวในรอบ 80 ปีไม่เคยเกิดขึ้น สำหรับนายนวริช หรือน้องเติ้ล ผู้เสียชีวิตเป็น นศ.ชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า) มร.ลำปาง อดีตรองนายกสโมสรนักศึกษา ปี 2568 และว่าที่รองประธานสภานักศึกษา ปี 2569 จะจบ ป.ตรีภายในเทอมนี้ แต่มาจบชีวิตเสียก่อน เป็นคนหน้าตาดี นิสัยดี ปกติอาศัยอยู่กับยายเลี้ยงดูซึ่งเป็นมารดาของแม่มาตั้งแต่เด็กเนื่องจากแม่กับพ่อเลิกกันและแม่ได้ไปทำงานที่เกาหลีได้ส่งเงินมาใช้จ่ายค่าศึกษาจนกระทั่งทราบข่าวร้าย จะเดินทางกลับไทยในวันที่ 14 พ.ค.นี้ โดยศพทั้งสองจะทำการฌาปนกิจศพในวันที่ 17 พ.ค.นี้.
วินัย/ลำปาง รายงาน.
Share this content:
