จันทบุรี รองนายกและรัฐมนตรีพาณิชย์ ลงพื้นเตรียมรับมือผลผลิตทุเรียนและมังคุดที่กำลังออกสู่ตลาดจำนวนมาก
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก และหารือแนวทางรองรับผลผลิตทุเรียนและมังคุดที่กำลังเข้าสู่ช่วงพีกซีซันในเดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมเร่งวางมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา และยกระดับมาตรฐานผลไม้ไทย ในช่วงเช้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลหลักเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ ก่อนเยี่ยมชมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดมาจำหน่ายให้ประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดภาระค่าครองชีพ โดยสินค้าบางรายการลดราคาสูงสุดร้อยละ 28–58








จากนั้น ได้เยี่ยมชมและอุดหนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ อาทิ ทุเรียน มังคุด อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน
ต่อมาในช่วงบ่าย ณ โรงคัดบรรจุ บริษัท อรษา ฟรุ๊ต จำกัด จังหวัดจันทบุรี นางศุภจี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการตลาดและรักษาเสถียรภาพราคาทุเรียนและมังคุด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการล้งผลไม้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมากตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
ที่ประชุมได้เสนอแนวคิดจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาคุณภาพไม้ผลจังหวัดจันทบุรี” หรือ Fruit Processing Center เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ผ่านกระบวนการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนด้านอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบแปรรูปที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก
ด้านกรมการค้าภายใน ระบุว่า พร้อมสนับสนุนใน 2 มิติหลัก ได้แก่ การจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และแสดงราคาอย่างชัดเจน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยประชาสัมพันธ์และจับคู่ธุรกิจ รวมถึงการสนับสนุนการจัดตั้งคลังสินค้าและห้องเย็นสาธารณะ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพสินค้าและบริหารการกระจายผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ ความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติทุเรียน พ.ศ. … ซึ่งมีสาระสำคัญในการจัดตั้ง “คณะกรรมการนโยบายทุเรียนแห่งชาติ” เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวทั้งระบบ ตั้งแต่การกำหนดพื้นที่ปลูก การควบคุมมาตรฐาน ไปจนถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมผลักดันระบบขึ้นทะเบียนผ่าน Digital Platform สำหรับเกษตรกร มือตัดทุเรียน และล้งรับซื้อ เพื่อควบคุมคุณภาพและป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน รวมถึงการสวมสิทธิ์สินค้า
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดตั้งกองทุนทุเรียนไทย หรือ CESS เพื่อนำไปใช้ด้านวิจัยและพัฒนา การตลาดระดับโลก และประกันความเสี่ยงด้านราคาให้เกษตรกร โดยขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียด ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
สำหรับสถานการณ์ผลไม้ปี 2569 พบว่า ผลผลิตทุเรียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 แตะระดับเกือบ 2 ล้านตัน โดยภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และจะออกสู่ตลาดสูงสุดในเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะที่ราคาทุเรียนหมอนทองเกรด AB ยังอยู่ในระดับ 140–150 บาทต่อกิโลกรัม และสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกสะสมตั้งแต่ต้นปีมากกว่า 46,352 ล้านบาท
ส่วนมังคุด แม้ภาพรวมผลผลิตลดลงร้อยละ 6 แต่ยังต้องเฝ้าระวังปริมาณผลผลิตที่กระจุกตัวในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ซึ่งภาครัฐและเอกชนเตรียมเร่งกระจายสินค้า ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทย ถามถึงเรื่องจะมีการไลฟ์สดเหมือนที่ไลฟ์สดทุเรียนหรือเปล่าตอบว่าถ้าทีมพร้อมก็จะไลฟ์เหมือนที่เคยไลฟ์ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์โซเชียล มีเดีย ต่อไป
ภาพ/ข่าว กิตติพงศ์ คงคาลัย รายงาน
Share this content:
