


สอบเรื่องเหม็นกลิ่นยางมะตอย
สภาทนายความส่งคณะกรรมการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นชาวบ้านเพื่อช่วยแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงงานผลิตยางมะตอยในพื้นที่บ้านขุนกลาง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน พบเมื่อมีการร้องเรียนหนักขึ้นก็ใส่สารกันกลิ่น พอนานไปก็เหมือนเดิมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยปล่อยให้ชาวบ้านทนกลิ่นซ้ำซากมานับ 10 ปี
เมื่อวันที่ 29 เม.ย.69 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยนายกสภาทนายความฯ ดร.ธนพล คงเจี้ยง ได้มอบหมายให้ นายไพโรจน์ จำลองราษฎร์ ประธานคณะทำงานฯ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับคดีสิ่งแวดล้อมเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการคดีปกครอง สำนักงานคดีปกครอง สภาทนายความ พร้อมคณะทำงานสภาทนายความฯ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้ารับฟังปัญหาผลกระทบจากมลพิษโรงงานแอสฟัลท์ติก (ยางมะตอย) จากประชาชนในพื้นที่ ตามที่ได้รับการร้องเรียนของชุมชนใกล้เคียง เพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริงตลอดจนผลกระทบที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็น ณ วัดกุงเปา บ้านขุนกลาง (บ้านนาหมากปิน) หมู่ 11 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นายไพโรจน์ จำลองราษฎร์ ประธานคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมสภาทนายความ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ ดร.ธนพล ได้เลือกให้เป็นนายกสภาทนายความ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านเดือดร้อนเรื่องกลิ่นจากการผลิตยางมะตอยแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงความเดือดร้อนของประชาชน
นายไพโรจน์ จำลองราษฎร์ ประธานคณะทำงาน กล่าวต่อไปว่า จากการที่คณะทำงาน ฯ ได้ลงพื้นที่ เบื้องต้นทราบว่าโรงงานดังกล่าวได้ทำการก่อสร้างขึ้นมาก่อนที่จะมีผังเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน และชาวบ้านขยายพื้นที่ลงมาจนอยู่ใกล้เขตรัศมีที่ต้องของโรงงานทำให้ได้รับผลกระทบจากกลิ่นของยางมะตอยซึ่งจะมีลักษณะกลิ่นที่มีพิษ เมื่อเข้าไปสู่ร่างกายทำให้เกิดอันตรายได้ ชาวบ้านบางคนได้รับผลกระทบเจ็บป่วยไปบ้าง ซึ่งแนวทางของสภาทนายความจะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอต่อสภาทนายความ จากนั้นก็จะเป็นการตรวจสอบการแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ซึ่งจะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้ ให้กลิ่นหรือควันพิษในบริเวณพื้นที่หมดไป ซึ่งข้อมูลที่ได้รับฟังจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจริง มีกลิ่นเหม็นจริง ในช่วงที่คณะทำงานลงพื้นที่ก็มีกลิ่นบ้างแต่ก็ไม่มาก หรืออาจจะเป็นช่วงนี้ในพื้นที่มีมวลพิษสูงอาจจะหยุดประกอบกิจการไว้ชั่วคราวก็เป็นได้ เมื่อเรารวบรวมข้อมูลเสร็จก็จะสอบถามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนหน่วยงานภาครัฐจะแก้ไขอย่างไรบ้าง และจะบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านอยู่ได้ โรงงานอยู่ได้ ทุกฝ่ายไม่เดือดร้อน ไม่ใช่โรงงานอยู่ได้ฝ่ายเดียวแต่ชาวบ้านเดือดร้อนซึ่งเป็นเรื่องอันตรายต่อสุขภาพประชาชน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีปัญหาเดียวที่ชาวบ้านเดือดร้อนคือเรื่องกลิ่นเหม็น ถ้าโรงงานสามารถแก้ปัญหาหรือหาวิธีการจัดการเรื่องควันซึ่งทำให้เกิดกลิ่นที่กระจายออกไปได้ชาวบ้านก็จะอยู่ได้
นายพิริยะ ตวงลาภทวีกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนมารับตำแหน่งใหม่กำลังตรวจสอบข้อมูล แต่ที่ได้ติดตามจากชาวบ้านมีข้อเท็จจริงว่ามีกลิ่นเหม็นจากยางมะตอยทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ซึ่งก็จะติดตามข้อมูลจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาว่าได้ดำเนินการไปอย่างไรและจะช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้อย่างไร ก็จะต้องประสานกับโรงงานอีกครั้งว่ามีวิธิใดที่จะทำให้กลิ่นไม่สร้างความเดือดร้อนและไม่เกิดผลกระทบด้านสุขภาพของชาวบ้าน นอกจากนี้ก็จะได้ประสานบูรณาการกับทางจังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อเร่งแก้ปัญหาต่อไป
นางวลัย ฯ ประธาน อสม.ตำบลปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ตั้งแต่โรงงานตั้งกว่า 10 ปีมาแล้ว เวลาต้มยางมะตอยจะสิ่งกลิ่นเหม็นมาก มีอาการเวียนศีรษะ ทางเดินหายใจ ชาวบ้านมีอาการเจ็บป่วยบ้าง ชาวบ้านเคยร้องเรียนไปที่ อบต.ปางหมู ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ก็บอกว่าได้ประสานหน่วยงานแก้ไขปัญหาใด้แล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ได้ติดตามผล ชาวบ้านก็รอดูแต่ก็ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่มีปัญหาหมอกควันไฟจากไฟป่าจังหวัดสั่งให้หยุดเผาป่า กลิ่นยางมะตอยก็หายไปด้วย รอดูหลังเมษายนอีกครั้ง เมื่อสภาทนายความยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านก็สบายใจขึ้นตั้งความหวังไว้ที่คณะทำงานสภาทนายความจะสามารถช่วยชาวบ้านได้ สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือไม่ให้มีกลิ่นเวลาเผาหรือต้มยางมะตอยคิดว่าโรงงานก็น่าจะหาวิธีได้ที่จะทำให้ชาวบ้านไม่เดือดร้อน
อย่างไรก็ตามสำหรับโรงงานดังกล่าว ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ ทั้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมือง ศูนย์ฯจังหวัด แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ แต่ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด โรงงานดังกล่าวยังคงปล่อยกลิ่นเหม็นของการเผายางมะตอยเพื่อผลิต ยางแอสฟัสติกคอนกรีต ส่งให้กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนของแขวงทางหลวงจังหวัดแม่ฮ่องสอน อย่างต่อเนื่อง จนเมื่อมีการร้องเรียนหนักขึ้นก็มีอดีตสว.คนหนึ่งไปลอบบี้ผู้ร้องเรียน ขอให้ยุติการร้องเรียน แถมเสนอจะซื้อเครื่องฟอกอากาศให้ราษฎรในพื้นที่แต่ราษฎรเหล่านั้นไม่ยินยอม มีการประท้วงมีการประชุมระหว่างราษฎรกับตัวแทนโรงงานแต่สุดท้าย ไม่มีคนของโรงงานมาร่วมรับฟังและชี้แจงแต่อย่างใด ก่อนหน้านั้นทางโรงงานเคยระบุว่า หากใส่สารเคมีชนิดหนึ่งลงไปในการผลิตจะทำให้กลิ่นเบาบางลง แต่ก็อ้างว่าสารเคมีดังกล่าวมีราคาแพงทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิต และก็ปล่อยให้ยื้อเรื่องมาเป็น 10 ปี
—————————————————–
นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน
Share this content:
