ผู้ว่าเชียงราย สั่ง ศปก.ไฟป่า อาสาสมัครและราษฎร ลุยดับไฟป่า ดอยผาโง้ม เวียงป่าเป้า









ผู้ว่าฯ เชียงราย สั่ง ศปก.ไฟป่า สนธิกำลังเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอาสาสมัครและราษฎรในพื้นที่ ลุยดับไฟปกป้อง “พระธาตุดอยผาโง้ม” ตลอดคืน พร้อมส่งโดรนบินสำรวจเฝ้าระวังจนกว่าจะแน่ใจไฟจะไม่ปะทะขึ้นอีก
ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 27- 28 มีนาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ล่าสุดได้เกิดเหตุกลางดึกวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ไฟโหมลุกลามหนักบน ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์และที่พักสงฆ์ ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุจึงมอบหมายสั่งการให้ ศูนย์ปฎิบัติการควบคุมไฟป่า สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันไฟป่า กรมอุทยาน ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอเวียงป่าเป้าพร้อมด้วยเครือข่ายอาสาสมัครและราษฎรในพื้นที่ได้ระดมกำลังเข้าสกัดไฟลามอย่างเร่งด่วน
ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขาสูงชันและเป็นป่าลึกทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก ท่ามกลางความมืด เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายอาสาสมัครและราษฎรในพื้นที่ก็ไม่ย่อท้อต่อความร้อนแรงของเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ยังคงเดินเท้าเข้าทำแนวกันไฟและฉีดพ่นน้ำสกัดกั้นไม่ให้ลุกลามเข้าเขตศาสนสถานที่พักสงฆ์ตุสิตาผาโง้ม
ความคืบหน้าล่าสุด ของวันนี้ 28 มีนาคม 2569 นายอำเภอเวียงป่าเป้าได้ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย พร้อมใช้เทคโนโลยี “โดรน” บินสำรวจมุมสูงเพื่อประเมินสถานการณ์และหาจุดที่อาจมีการปะทุซ้ำ ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว แต่ยังต้องจัดชุดเฝ้าระวังเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย (ทสจ.ชร.) รายงานพบจุดความร้อน (Hotspots) ทั่วจังหวัดรวม 65 จุด โดย อำเภอเวียงป่าเป้า มียอดสะสมจุดความร้อนสูงสุดถึง 95 จุดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ อ.เมือง, อ.แม่สาย และ อ.เชียงของ พุ่งสูงในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำมาตรการคุมเข้ม หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นให้หน่วยงานกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ พิจารณาประกาศปิดป่าชั่วคราว และขอให้ทุกฝ่ายย้ำเตือนขอความร่วมมือพี่น้องคนเชียงรายทุกพื้นที่ “ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดเด็ดขาด” จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ผู้ใดฝ่าฝืนถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุด ขณะเดียวกันได้เตรียมสนธิกำลังทหาร (กอ.รมน.) ร่วมกับหน่วยป่าไม้ลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะที่อำเภอเวียงป่าเป้าเป็นอันดับแรก ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ และหากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ความชื้นเพียงพอก็จะประสานหน่วยงานเกษตรฯ ขอรับการสนับสนุนฝนหลวงทันทีเพื่อชะล้างฝุ่นละอองคืนอากาศสะอาดให้คนเชียงราย “เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกหมู่บ้าน/ชุมชนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าดับไฟทั้งในเวลากลางคืนและกลางวัน เฝ้าระวัง เข้าดับไฟโดยไม่มีวันหยุด เพื่อปกป้องผืนป่า สร้างอากาศสะอาด ไม่กระทบต่อสุขภาพของพี่น้องคนเชียงรายในช่วงนี้”
ภาพข่าว ประชาสัมธ์จังหวัดเชียงราย
บก.เจี๊ยบ แม่สายนิวสืออนไลน์ รายงาน
Share this content:
