จับขบวนการขับเก๋.ขนไอซ์ 202 กก.มูลค่า 30 ล้านหลบด่านเมาไปจะเอ๋สายตรวจก่อนทิ้งรถจับได้ 1 หนี 1






เมื่อเวลา 10.10 น.วันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี นายกิตติกร ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวการจับนายประชา แพงแสน หรือบุ๊ค อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 269 หมู่ 5 ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เพื่อก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย” พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 202 กิโลกรัม รถเก๋งมาสด้า 2 สีดำ ทะเบียน ขข 7333 อุดรธานี โดยจับกุมได้เวลา 02.05 น. วันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ถนนศุภกิจจรรยา หน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งมีคลิปสายตรวจประชาชน เขตงานนาคา เข้าตรวจค้นรถพร้อมกับควบคุมตัวผู้ต้องหา
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของจังหวัดอุดรธานี ให้ตำรวจตั้งจุดตรวจเพื่อสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 21 มี.ค.ขณะที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองอุดรธานี กำลังตั้งด่านตรวจเมา อยู่ที่บริเวณสี่แยกหนองสำโรง หน้าโรงเรียนกระจ่างวิทย์ ได้มีชาย 2 คน ขับรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีดำ ทะเบียน ขข 7333 อุดรธานี มาตามถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี ผ่านร้านแจ๋วฮ้อนมิตรภักดี ถึงหน้าโชว์รูมรถไฟฟ้า เมื่อเห็นด่านตรวจ ได้รีบเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพาะนิยม พบสายตรวจยืนอยู่หัวมุมถนน สังเกตเห็นรถเก๋งบรรทุกของหนักที่ท้ายรถ จึงได้ขี่รถสายตรวจติดตาม
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ กล่าวต่อไปว่า ชายคนขับรถเก๋งได้เร่งเครื่องหลบหนี แต่รถมีอาการส่ายไปมาเพราะบรรทุกหนัก ถึงหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี คนขับได้จอดรถชายทั้งสองได้วิ่งหลบหนี สายตรวจไล่ติดตามจับนายบุ๊คมาได้ พร้อมกับแจ้งผู้บังคับบัญชามาตรวจสอบกระเป๋า ซึ่งได้สั่งให้กรีดกระเป๋าผ้า พบว่าภายในบรรจุไอซ์ 202 กิโลกรัม มูลค่า 30 ล้านบาท จากการสอบสวนนายบุ๊ค ให้การว่า ช่วงค่ำนายวีรชน วันอุดม อายุ 34 ปี ชาว ต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี มาชวนตนไปรับจ้างขนยาไอซ์จากนายทุนชาวลาว ที่ริมแม่น้ำโขง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ กล่าวต่อไปว่า นายวีรชนเป็นคนขับรถเก๋ง มีนายบุ๊คนั่งไปเป็นเพื่อน พอขนยาไอซ์ขึ้นรถเก๋ง ก็มีชายชาวลาวนั่งรถมาด้วย 1 คน และมีชายชาวลาว 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ ล่วงหน้าเพื่อดูลาดเลาและด่านตรวจ เมื่อขับมาถึงสี่แยกถนนรอบเมืองอุดรธานี ได้เลี้ยวขวาไปทางสี่แยกหนองสำโรง ชายชาวลาวที่นั่งมาด้วย ได้สั่งให้จอดรถเก๋ง แล้วเดินลงจากรถไปขึ้นรถจักรยานยนต์กับชาวลาวซ้อน 3 กลับไป จ.หนองคาย ส่วนนายวีรชนกับตนได้ขับรถเก๋งมาถึงสี่แยกหนองสำโรง และตกใจเมื่อเห็นด่านตรวจ จึงเลี้ยวรถเข้ามาทางศาลเทพารักษ์ ก็มาพบตำรวจสายตรวจ ด้วยความตกใจ จึงเร่งรถหลบหนี และจอดรถทิ้งวิ่งหลบหนี และมาถูกจับกุม ซึ่งนายบุ๊คได้ค่าจ้าง 1 หมื่นบาท แต่ยังไม่ได้รับเงิน ก็มาถูกตำรวจจับก่อน
พ.ต.อ.อนุศักดิ์ เปิดเผยว่า ยาไอซ์ที่จับกุมได้จำนวน 202 กิโลกรัม มี 3 แบบ บรรจุในห่อผลิตภัณฑ์ กาแฟ ชา และทุเรียนอบแห้ง นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เส้นทางจากจังหวัดชายแดน จ.หนองคาย มาตามถนนมิตรภาพเข้ามา จ.อุดรธานี โดยจะใช้เวลาในการขนคือ 02.00-04.00 น. เนื่องจากถนนโล่ง ซึ่งตำรวจได้ตั้งด่านตรวจเมา และมีตำรวจสายตรวจออกตรวจตราภายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงพบพิรุธรถขับเร็วและบรรทุกหนัก จึงไล่ติดตามจับกุม สามารถจับได้ 1 คน เหลืออีก 1 คน ทาง สภ.เมืองอุดรธานี จะได้ต้องหมายจับผู้ร่วมขบวนการ ที่หลบหนี และให้ตำรวจสอบสวนขยายผลไปถึงผู้สมคบคิด จนถึงขบวนการยึดทรัพย์
นายราเชนย์ ซุ้นหั้ว เปิดเผยว่า จังหวัดอุดรธานีได้บูรณาการ่วมระหว่าง ตำรวจ ทหาร ปกครอง และท้องถิ่น เพื่อร่วมปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น มุ่งมั่น และตั้งใจ มีการตั้งด่านตรวจสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธปืน และตรวจเมา ทุกวัน ทั้งด่านรอบนอกเขตเทศบาลนครอุดรธานี และด่านภายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ทุกหน่วยตั้งใจ ทุ่มเท แก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะอีกไม่นานก็จะมีงานระดับประเทศ หลังสกัดยาเสพติดได้ ซึ่งจะต้องสืบสวนขยายผล นำไปสู่การปราบปรามอย่างเด็ดขาด จะไม่มีการลดละ ส่งสารไปถึงผู้ค้าขอให้หยุด เพื่อลูกหลานของพวกเราจะได้มีสังคมน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
ส่วนนายปวริศร์ วรรณคำ อายุ 22 ปี และนายเกียรติศักดิ์ ศรีสุมัง อายุ 20 ปี สายตรวจประชาชน เขตงานนาคา สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุ พวกตนขี่รถจักรยานยนต์ออกตรวจ และติดสัญญาณไฟแดงที่สามแยกศาลเทพารักษ์ ถนนเพาะนิยม มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี มีรถเก๋งขับตามหลังมาด้วยความเร็ว เกือบชนพวกตน รถเก๋งได้หักหลบและเลี้ยวไปทางสำนักงานเกษตร พวกตนคิดว่ารถเมาแล้วขับหลบหนีด่านตรวจ จึงขี่รถติดตามไป พบคนร้ายจอดรถทิ้งที่หน้าสำนักงานเกษตรจังหวัด แล้ววิ่งหลบหนีไปหลังสำนักงาน พวกตนจึงติดตามไป ก็พบนายบุ๊คยืนอยู่หลังรถกระบะภายในหอพัก จึงไปสอบถามเขาพูดกลับไปมา จึงยึดมือถือมาตรวจสอบ พบข้อความสั่งให้ลบข้อความทิ้ง จึงควบคุมตัวมาตรวจค้นรถเก๋งก็พบยาไอซ์จำนวนมาก
//////////////////////////รัฐธนินท์ อุดรธานี
Share this content:
