แกะรอยล่า..ปม M16 ถล่ม “รถผู้แทน – ราษฎร” ยืนหนึ่งกฎหมายในสภาฯ – หนึ่งเสียง “สันติภาพ จชต.” ที่ดังที่สุด..











“อุกอาจมาก” ลั่นจากปาก “อนุทิน” ยันชาวบ้านรากหญ้า ด้าน “ผบช.โต้ง” ขอเวลา 2 -3 วัน หลังจับเข่าคุยถึงบ้าน ทิ้งประโยคปริศนาหลังถูกสื่อจี้ “เป็นแนวทางที่ดี”.?
เสียงลั่นไกปืนรัวๆ ใกล้บ้านพัก สส. พรรคประชาชาติ และประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อตอนตี 1.9 นาที ของวันที่ 20 มี.ค.69 บริเวณริมถนนเพชรเกษม หมู่ 9 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ปลุกเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงให้ตกใจตื่น
ความโกลาหลเกิดขึ้น เมื่อภาพที่ปรากฎต่อสายตาประชาชนคือ รอยกระสุนด้านหน้าซ้ายขวาและด้านข้างของรถหรู Toyota Alphard สีดำ ทะเบียน กจ 7577 ยะลา ที่มี นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี เป็นคนขับ และ ด.ต.หริรักษ์ ทีมมิหนะ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม นั่งคู่กันบนเบาะหน้า ถูกกระสุนสาหัสทั้งคู่ ส่วนผู้ที่นั่งเบาะหลัง รอดหวุดหวิดเพราะหมอบลงทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น
“วิถีกระสุนยิงด้านขวาก่อน แล้วมากราดยิงด้านหน้า เชื่อว่ามุ่งเอาชีวิต ไม่มีศัตรูที่ไหน แต่ใครจะมีอะไรกับผม เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องส่วนตัว” คำบอกเล่านาทีชีวิตจากปาก นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ “ทนายแวยูแฮ” สส. ที่คนพื้นที่เขต 5 นราธิวาส (อ.บาเจาะ,อ.ยี่งอ) เลือกมากับมือถึง 3 สมัยซ้อน
ประเด็นคือ หากเป้าหมายเป็น สส. แวยูแฮ ซึ่งได้วุฒิเนติบัณฑิตไทย ที่ใช้ความรู้ด้านกฎหมายช่วยเหลือในคดีที่เชื่อมโยงความมั่นคง รวมทั้ง “คดีตากใบ” มือปืนซึ่งรับสัญญาณต่อจากสมาชิกกลุ่มว่า “รถเหยื่อ” ล้อหมุนจากสนามบินหาดใหญ่ หลังกลับจากประชุมสภาฯ และลงเครื่องที่นั่น กี่ทุ่มและปลายทางกี่ยาม ที่สำคัญจะไม่รู้เชียวหรือว่า สส.นั่งเบาะไหน คงเป็นไปไม่ได้ VIP. ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญระดับนี้ มีหรือจะนั่งคู่กับโชเฟอร์ มันไม่ง่ายเหมือนรถตู้ เพราะมันคือ “Alphard” หรือแค่ยิงขู่ๆ หนักถึงขั้นคนของ สส. สาหัสคู่.?
เสียงปืนสะเทือนไปถึง “นายกหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงกับลั่น “การทำร้ายมุ่งหวังเอาชีวิตผู้แทนราษฎรถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ แต่โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต้องเร่งติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี”
อจ.วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ /ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ, พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายอารีเพ็ญ อุตรสินธ์ อดีตที่ปรึกษาประธานสภาฯ, นายนัจมุดดีน อูมา อดีต สส.หลายสมัย รวมทั้งชาวบ้าน ตบเท้าให้กำลังใจ สส.แวยูแฮ ถึงที่บ้านอย่างไม่ขาดสาย
สมาชิกพรรคประชาชาติระดับแถวหน้าท่านนึงเผยว่า “ตัดประเด็นเรื่องส่วนตัวไปได้เลย สส.แว บอกว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแน่นอน การทำร้ายผู้แทนราษฎร เป็นการกระทำที่รุนแรงร้ายแรงมาก มันอุกอาจถึงขนาดมากราดยิงรถ สส. ขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุแปลกใจมาก เพราะไม่เห็นฝ่ายความมั่นคงอีกฟากนึงจะมีคำสั่งให้ติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุเลย มองกลับกันถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับผู้บังคับบัญชาหน่วยนั้น ฮ.คงบินทั้งวัน หรือปิดเมืองควานหามือปืน”
แหล่งข่าวรายนี้กล่าวอีกว่า จับตาท่าทีหลังเกิดเหตุ ไม่มีรถกู้ภัย ไม่มีรถพยาบาล ลูก สส. ต้องหามคนขับรถไปส่ง รพ.เอง ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปปิดล้อมที่เกิดเหตุตามข่าว เจ้าหน้าที่เพิ่งจะเข้าไปตั้งกรวยตอน 07.30 น.วันรุ่งขึ้น รถที่ถูกยิงถล่มก็จอดอยู่ริมถนนที่เดิมยันเช้า
“ไม่มีแอคชั่นจากบางหน่วยกำลังทั้งๆที่เกิดเหตุกับบุคคลสำคัญระดับนี้ ต้องบอกเลยว่า สส.แว เป็นคนที่ประชาชนรักมากที่สุดในสามจังหวัด จึงไม่มีเรื่องส่วนตัว แกไม่มีศัตรู ไปไหนมาไหนก็ปกติ ไม่เคยต้องมีรถคุ้มกันตามเป็นขบวน”
ขณะที่นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ประณามผู้ก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ขอเป็นกำลังใจให้แบแว ซึ่งเป็นทนายความที่มีส่วนสำคัญในคดีสิทธิมนุษยชนใน จชต. เช่น คดีตากใบ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนในการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้ประชาชน
“ผมได้ทำงานกับแบแว อย่างใกล้ชิดในการเป็น สส.สมัยที่แล้ว ตอนแบแว เป็นประธานคณะกรรมการกฏหมาย การยุติธรรมสิทธิมนุษยชน ทำให้มีการรื้อฟื้นคดีตากใบก่อนหมดอายุความ 20 ปี คดีชุดมลายู และคดีปิดปาก และยังมีอีกหลายคดี ที่ฝ่ายนิติบัญญัติได้เข้าไปร่วมแก้ไขปัญหา”
นายกัณวีร์ ระบุว่า ทางคดียังไม่มีการสรุปว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือสถานการณ์ มันสะท้อนชัดเจนถึงความขมุกขมัวของเหตุการณ์ในพื้นที่ ทั้งการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งสถานการณ์ต่างๆ ของนักสิทธิฯ ที่ทำงานด้านสิทธิอย่างชัดเจน ทั้งคดีตากใบ ที่แบแวเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ในกรณีคดีความหมดอายุ ทำให้ผู้มีอำนาจหลายคนได้รับผลกระทบ แต่ที่แน่ๆ มันไม่ควรเกิดขึ้น”
ถ้า สส.ยังถูกลอบทำร้ายขนาดนี้ แล้วประชาชนในพื้นที่จะปลอดภัยได้อย่างไร เมื่อเหตุการณ์ในพื้นที่ยังไม่สงบ ผู้ไม่หวังดีในทุกกรณี สามารถก่อเหตุอุกฉกรรจ์ได้อย่างอาจหาญต่อผู้ที่เป็น สส. แสดงให้เห็นถึงช่องว่างทางกฎหมาย และการไร้ซึ่งกฏระเบียบทางสังคมในพื้นที่ที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอของรัฐ ก่อคดีได้อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เย้ยอำนาจรัฐอย่างเปิดเผย
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส เผย “ขอให้มั่นใจว่าจะติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว พร้อมเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม”
“บิ๊กโต้ง” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ระบุ “ตอนนี้ตั้งไว้กว้างๆ ก่อน 3 ประเด็น จะเป็นสถานการณ์ การเมือง ปมขัดแย้งส่วนตัว จนท.ก็ยังไม่ตัดทิ้งนะ ส่วนใครเป็นมือปืน สำคัญที่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ยังๆ ตำรวจต้องพูดตามหลักฐานที่มี ผมไปคุยกับ สส. ที่บ้านพักแล้ว 2-3 วัน รู้ผลตรวจปลอกกระสุนเอ็ม16 กว่า 20 ปลอก ผลออกมาเชื่อว่าเป็นแนวทางที่ดี ประเด็นแกมีไม่เยอะ ไม่กี่เรื่อง”
ล่าสุด THE PATANI ออกแถลงการณ์ ประณามการลอบสังหารทางการเมืองต่อผู้แทนราษฎร พร้อมเสนอ 3 ข้อเรียกร้อง ขอยืนยันว่า “กระสุนอาจปลิดชีพบุคคลได้ แต่ไม่อาจฆ่าความจริงหรือเจตจำนงในการทวงคืนความยุติธรรมของชาวปาตานีได้” เราจะยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนจนถึงที่สุด
สำหรับ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ ทนายแวยูแฮ เป็น สส. แบบแบ่งเขต (เขต 5) จ.นราธิวาส สังกัดพรรคประชาชาติ อีกทั้งยังเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เน้นการพัฒนาพื้นที่และแก้ปัญหากฎหมายใน จชต.
เคยดำรงตำแหน่ง สส. 2 สมัย และการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนด้วยคะแนนท่วมท้น 43,282 คะแนน เป็น สส.เพียงหนึ่งเดียว สังกัดพรรคประชาชาติ ที่ได้ปักธง สส. ถึง 3 สมัยซ้อน สะท้อนฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่
“ทนายแว” สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะเข้ารับการอบรมหลักสูตรเนติบัณฑิตไทย จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
วุฒิเนติบัณฑิตไทย ถือเป็นหลักสูตรชั้นสูงสุดของวิชาชีพกฎหมาย จนเป็นที่ยอมรับในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในสภาฯ ก่อนลงเล่นการเมือง นายกมลศักดิ์ ประกอบอาชีพทนายความ และใช้ความรู้ด้านกฎหมายช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด
นราธิวาส – สกู๊ป
สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์ รายงาน
Share this content:
