“ไฟป่า” ลาม 10 ไร่ ทหารเขียวค่ายกัลยาณิวัฒนา ระดมกำลังรุดเข้าดับก่อนยากเกินควบคุม หวั่นขยายวงกว้าง







สถานการณ์ไฟป่า ในห้วงหน้าแล้งในพื้นที่ประเทศไทย ส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย.- ธ.ค. ไปจนถึงเดือน พ.ค.ของทุกปี ช่วงเดือนที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด คือเดือน ก.พ.ถึงต้นเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศแห้งแล้ง สาเหตุของไฟป่า ได้แก่ การเผาเพื่อหาของป่า, การทำไร่เลื่อนลอย และการเตรียมพื้นที่เกษตร ดังนั้น ควรงดเว้นการเผาทำลายป่าและเศษวัชพืช
ทั้งนี้ เมื่อช่วงเวลา 14.00 – 19.00 น.วานนี้ (20 มี.ค.69) เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ร่วมกับเทศบาล ต.กะลุวอเหนือ, หน่วยเฉพาะกิจ ตชด.ที่ 933 และเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เข้าปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า ในพื้นที่หมู่ 9 บ้านโพธิ์ทอง ต.กะลุวอเหนือ ซึ่งผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นของบ้านโพธิ์ทอง ได้ประสานความช่วยเหลือ เนื่องจากกังวลว่าเปลวไฟจะลุกลามเป็นวงกว้าง อีกทั้งควันไฟส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศ ที่กระทบต่อระบบทางเดินหายใจของชาวบ้าน
ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปอย่างเร่งด่วน เพื่อควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้เปลวไฟลุกลามไปยังสวนยางพารา, พื้นที่การเกษตร รวมทั้งที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
หน่วย พัน ร.1 กรม ร.151 พร้อมรถยนต์บรรทุก 2 คัน และรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร อีก 1 คัน เข้าสนับสนุนภารกิจ โดยใช้รถดับเพลิงแรงดันสูงและอุปกรณ์ดับไฟป่า จนสามารถดับไฟได้สำเร็จภายในวันเดียว
จากการสำรวจความเสียหาย พบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า ชุมชนและพื้นที่รกร้าง มีเนื้อที่ได้รับผลกระทบประมาณ 10 ไร่
อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยฯ ยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ร่วมกับหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง รวมทั้งงดเว้นการเผาป่าและเศษวัชพืช ซึ่งอาจก่อให้เกิดไฟไหม้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชุมชน
นราธิวาส – ภาพข่าว
สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์
Share this content:
