อดีตสามีคุกคามหึงหวงสาว ส.อบต.ถึงขั้นคล้องกุญแจมือล็อคประตูรั้วบ้านห้ามออกไปทำงาน
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ที่ 15 มีนาคม ร.ต.ต.พีรวุฒิ วะโรทะ รอง สวป.สภ.ย่อยห้วยหลวง ได้รับแจ้งเหตุก่อกวน อดีตสามีที่แยกทางกันบุกมาบ้านอดีตภรรยากลางดึก ก่อนใช้กุญแจมือล็อคประตูรั้วบ้านทำให้เข้าออกบ้านไม่ได้ และตอนเช้าได้มาด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายที่หน้าบ้าน สร้างความอับอาย และรำคาญให้ชาวบ้าน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 18 บ้านบ่อน้อยพัฒนา ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน จึงนำกำลังสายตรวจ พร้อมด้วยนายสมภาร จันทร์แดง อายุ59ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 18 บ้านบ่อน้อยพัฒนา รุดไปที่เกิดเหตุ












เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด พบนางสมร โกดี อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน นั่งอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูกุญแจมือที่ล็อคประตูรั้วเอาไว้ ให้ตำรวจเปิดล็อคกุญแจมือให้ด้วย ตำรวจใช้ลูกกุญแจไขเปิดประตูออก ซึ่งนางสมร นำภาพวงจรปิดภายในบ้าน ให้ตำรวจดูว่า เวลาประมาณ 02.07 น. เมื่อคืนนี้ มีนายวีระชน จำปาสุข หรือฟิวส์ อายุ 39 ปี อดีตสามีที่แยกทางกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน แล้วนำกุญแจมือมาล็อคประตูรั้วหน้าบ้าน และเวลาประมาณ 10.18 น. วันนี้นายฟิวส์ก็ขี่รถจักรยานยนต์มาด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคายที่หน้าบ้าน ลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศได้ตัดภาพวงจรปิดส่งมาให้ตนเป็นหลักฐานในการแจ้งความ
นางสมร กล่าวว่า ตนเป็นแม่หม้าย มีลูกสาวอยู่ที่อังกฤษ ต่อมามีนายฟิวส์ ซึ่งเป็นหนุ่มรุ่นน้องในหมู่บ้านมาชอบพอ จึงได้อยู่กินฉันท์สามีภรรยามาประมาณ 9 ปี โดยนายฟิวส์มีหน้าที่ดูแลสุนัขที่ตนเลี้ยงประมาณ 50 ตัว แมวอีก 50 ตัว และชอบเสพกัญชา แต่ก็อยู่ด้วยกันราบรื่นไม่มีปัญหา แต่ต่อมา ตนลงสมัคร ส.อบต.เชียงยืน และได้รับเลือกเป็น ส.อบต. ตนต้องไปออกงานทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้นายฟิวส์เกิดความหึงหวง กลัวว่าตนจะปันใจให้ชายอื่น จะไปงานที่ไหนเขาก็จะตามหึง พอกลับบ้านทำให้มีปากเสียงทะเลาะกัน จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2568 นายฟิวส์ได้ลงมือตบตีทำร้ายตนอีก ตนจึงขึ้น สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรฯขอแยกทางกับนายฟิวส์ต่อหน้าพนักงานสอบสวน นายฟิวส์จึงกลับไปอยู่บ้านกับแม่
โดยนายฟิวส์ได้บุกมาด่าทอและทำร้ายร่างกายตนในบ้านก่อน ตนจึงเดินไปบ้านของนายฟิวส์ ไปขอความช่วยเหลือว่าโดนนายฟิวส์ทำร้าย แต่ยายนายฟิวส์ ก็บอกว่าเป็นเรื่องผัวเมียไม่เกี่ยว และหาว่าตนบุกรุกเข้ามาบ้าน จะเข้ามาตบสั่งสอนตน ซึ่งตนไม่ยอมได้ตบสวนถูกมือยายนายฟิวส์ จึงสั่งให้นายฟิวส์จับล็อคแขนตนไว้ แล้วถือรองเท้าจะเข้ามาตีปากตนอีก จึงป้องกันตัวด้วยการถีบยายนายฟิวส์ล้มลง ซึ่งยายนายฟิวส์ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนฐานบุกรุกและทำร้ายร่างกาย เรียกค่าเสียหาย 3 แสนบาท ซึ่งตนก็บอกไม่มีให้ ถ้า 1-2 หมื่นบาทตนยินดีจ่ายให้ แต่ยายนายฟิวส์ไม่ยอม ตนจึงมอบตัวสู้คดี ซึ่งนายฟิวส์ก็จะขี่ รถ จยย.มาคุกคามด่าทอตนที่หน้าบ้านทุกวัน ไม่เลือกกลางวันหรือกลางคืน
“ก่อนเกิดเหตุ เมื่อคืนนี้ตนไปนอนที่บ้านแม่ซึ่งอายุ 97 ปีแล้ว พอรุ่งเช้าได้กลับมาบ้านพบประตูรั้วโดนล็อคด้วยกุญแจมือ ตนจึงปีนรั้วเข้ามาในบ้าน ไม่นานนายฟิวส์ก็ขี่รถ จยย.มาจอดหน้าบ้าน แล้วด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตามภาพวงจรปิด ซึ่งเราแยกทางกันมา 3-4 เดือนแล้ว เขาก็ยังตามคุกคาม ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ถึงขั้นทำร้ายร่างกายไม่เลิก แถมยังเอากุญแจมือมาล็อคประตูรั้วไม่ให้ออกนอกบ้านอีก ไม่ใช่เดือดร้อนแค่บ้านเรา ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็เดือดร้อนไปด้วย ซึ่งยืนยันจะดำเนินคดีนายฟิวส์เช่นเดียวกัน”
นายสมภาร จันทร์แดง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 18 บ้านบ่อน้อยพัฒนา กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากนางสมร ส.อบต.บ้านบ่อน้อยพัฒนา ว่ามีคนเอากุญแจมือมาล็อคประตูรั้วบ้าน ทำให้เข้าออกบ้านไม่ได้ จึงได้ออกมาดู และแจ้งตำรวจที่มีลูกกุญแจมาเปิดให้ เมื่อมาดูภาพจากกล้องวงจรปิดคนก่อเหตุคือนายฟิวส์ เป็นอดีตสามีของนางสมร ที่ตกลงแยกทางกันไปแล้วประมาณ 3-4 เดือน ลงบันทึกแยกทางที่ สภ.ย่อยห้วยหลวง จะไม่เกี่ยวข้องกันอีก ซึ่งมีตนเป็นพยาน เนื่องจากนายฟิวส์ตามหึงหวงนางสมรเวลาไปร่วมงานในเวลากลางคืน ไปเปิดงานบุญที่ไหนก็จะตามมาด่าที่หน้าบ้าน มาบ่อยเพราะมีกล้องวงจรปิด ลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศให้ตนมาดูแลนางสมร เพราะนายฟิวส์มาด่าบ่อยมาก ตนเคยมาระงับเหตุบ่อยมาก เพราะชาวบ้านที่อยู่ใกล้ได้รับเดือดร้อน ซึ่งนางสมรต้องการแจ้งความดำเนินคดีเพราะถูกนายฟิวส์คุกคามไม่เลิก ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจจะจัดการอย่างไร
///////////////////////////////
Share this content:
