ชุดสืบสวนสัตหีบ ลงพื้นที่ไล่กล้องวงจรปิด อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ขู่ฆ่า บุกบ้านนักข่าว ครอบครัวผวาหอบลูกสาว เก็บเสื้อผ้าย้ายออกจากบ้านหนีภัย
จากกรณี เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 14 มี.ค.69 ร.ต.อ.มินทราทิพย์ ทองใส รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุชายมีอาการคลุ้มคลั่ง พร้อมอาวุธไม่ทราบชนิด บุกพังรั้วบ้านเลขที่ 30/124 หมู่ 5 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ก่อนบุกเข้าไปภายในบ้านถึงหน้าห้องนอน พร้อมตะโกนด่าทอและข่มขู่ ทำให้ประตูรั้วหน้าบ้านได้รับความเสียหาย พร้อมขู่ฆ่า คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้อาวุธบางอย่างทุบจนพังเสียหาย







นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการงัดประตูกระจกบานเลื่อนหน้าบ้าน และรอยเท้าเดินเข้าไปภายในตัวบ้านจนถึงบริเวณหน้าห้องนอน โดยประตูห้องนอนถูกทุบเป็นรูได้รับความเสียหาย และพยายามบุกเข้าไปด้านใน ซึ่งขณะเกิดเหตุมีผู้สื่อข่าว แฟน และลูก อยู่ภายในห้องนอน ต่างตกใจหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน 14 มี.ค.69 ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เกรียงไกร มีแสง รองผู้ ผกก. สืบสวน สภ.สัตหีบ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.สัตหีบ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบพบว่า ในช่วงเวลา 03.18 น. มีรถจักรยานยนต์ คันหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้ก่อเหตุ ขี่เข้ามาในซอยมุ่งหน้าไปยังบ้านผู้สื่อข่าว ก่อนจะมีเสียงดังภายในบ้าน
เพื่อนบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ในคืนเกิดเหตุเห็นรถจักรยานยนต์ ของผู้ก่อเหตุเลี้ยวเข้ามาบริเวณหน้าบ้านผู้สื่อข่าว ก่อนจะลงมือทำลายรั้วบ้าน พร้อมตะโกนโวยวายและบุกเข้าไปภายในบ้าน โดยมีเสียงเอะอะโวยวายอยู่นานประมาณ 10 นาที ก่อนผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีออกไป
ภายหลังเกิดเหตุ นายเอกสิทธิ์ ผู้สื่อข่าว พร้อมภรรยา ได้เก็บข้าวของจำเป็นและพาลูกย้ายออกจากบ้านเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุเคยมีพฤติกรรมโพสต์ข้อความในโลกโซเชียลลักษณะข่มขู่ หลังจากมีการเข้าแจ้งความไว้แล้ว แต่กลับเกิดเหตุบุกทำลายบ้าน จึงเกรงว่าในช่วงเวลากลางคืนอาจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก
ขณะเดียวกัน ทางสมาคมนักข่าวพัทยา ได้ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักข่าวและประชาชนในพื้นที่ต่อไป
Share this content:
