




อับดุลหาดี/ยะลา/11 ก.พ. 69
ศอ.บต. ร่วมหารือรัฐเปรัก มาเลเซีย แลกเปลี่ยน ขับเคลื่อนการศึกษา การท่องเที่ยว และสินค้าตามอัตลักษณ์ร่วมกัน
เมื่อวันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 13.00 น. ตามเวลาของประเทศไทย นางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มหาวิทยาลัยฟาฏอนี และสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดความร่วมมือในมิติต่างๆ ระหว่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยกับรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ณ โรงแรม Casuarina เมืองอิโปห์ (Ipoh) รัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย
โดยทางมาเลเซีย ประกอบด้วย YB. Dato’ Seri Ir. Haji Mohamad Nizar bin Jamaluddin รองมุขมนตรี รัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย Mr. Nordin bin Abdul Malek ประธานสมาคมพัฒนาชุมชนรัฐเปรัก/ประธานบริหาร IGROW สมาคมหอการค้า รัฐเปรักตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจากทั้งสองประเทศเข้าร่วม
ในการนี้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ในฐานะประธานการประชุม กล่าวว่า ประเทศมาเลเซียได้ประกาศให้ปีนี้เป็นปีท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การค้า และการจับคู่ธุรกิจระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงความร่วมมือด้านการศึกษา ทั้งระดับมหาวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษา และสถาบันศึกษาปอเนาะ โดยมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนาทักษะอาชีพให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยที่สามารถทำร่วมกันได้เลย คือการให้ครูปอเนาะในพื้นที่ จชต. ได้มาศึกษา ดูงาน การพัฒนาแนวทางด้านการศึกษาในสถานศึกษาปอเนาะของเปรัก ในช่วงหลังเดือนรอมฎอน เพราะทั้งสองประเทศมีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมที่คล้ายกัน นอกจากนี้ระหว่าง ศอ.บต. กับรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ได้ดำเนินมาอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2025 ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม การพัฒนา และความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน
ขณะที่ YB. Dato’ Seri Ir. Haji Mohamad Nizar bin Jamaluddin กล่าวต้อนรับคณะจากประเทศไทย โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและวิสัยทัศน์ร่วมระหว่างประเทศไทยกับรัฐเปรัก บนพื้นฐานความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิต พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และการศึกษา เพื่อประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เป็นเขตแห่งความร่วมมือที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการยกระดับความร่วมมือด้านศาสนาและการศึกษา โดยเฉพาะสถาบันปอเนาะและฮาฟิซ เพื่อพัฒนามาตรฐานการเรียนการสอนให้มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับเยาวชน พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมฮาลาล ผ่านการอำนวยความสะดวกด้านการรับรองมาตรฐาน เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดมาเลเซียและตลาดสากล
ด้านนายมูฮำมัดซูวารี สาแล นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ต้องการผลักดันให้สถาบันปอเนาะมีการจัดตั้งสหกรณ์อิสลาม พร้อมเสนอให้มาเลเซียร่วมเป็นพี่เลี้ยงในการก่อตั้งและพัฒนาสหกรณ์ดังกล่าว รวมถึงการส่งเสริมอาชีพให้กับเยาวชนในสถาบันปอเนาะ อาทิ งานตัดเย็บและการแปรรูปอาหารฮาลาล โดยใช้วัตถุดิบจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย
การหารือดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาในมิติเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ ภายใต้บรรยากาศแห่งมิตรภาพ สันติภาพ และความปรารถนาดีร่วมกัน ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เสนอให้มีการพิจารณาจัดกิจกรรมร่วมกันในทันทีภายหลังช่วงเดือนรอมฎอน โดยมุ่งเน้นการศึกษาในสถาบันปอเนาะ การพัฒนาศักยภาพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งประสานงานกับประธานสภาความร่วมมือไทย–มาเลเซีย (Thai–Malaysia Cooperation) เพื่อหารือถึงแนวทางและขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป
Share this content:
