




ลำปาง-ประชุมคลี่คลายปัญหาถนนเชื่อมต่อระหว่าง อ.แจ้ห่ม-อ.งาว คลี่คลายปัญหาทางสัญจรของชุมชนพื้นที่สูงในเขตพื้นที่ป่าไม้บนภูเขา
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายวทัญญู ทิพยมณฑา ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเมธี มั่นคง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางนวพร จันทรัตน์ ผอ.สำนักสอบสวน 2 และคณะผู้ที่เกี่ยวข้องได้ประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ กรณีการก่อสร้างและปรับปรุงถนนสาธารณะในเขตพื้นที่ป่าไม้ เป็นเหตุให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนชาว ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่บ้านเปียงใจ บ้านแม่ตาสามัคคี และบ้านเลาสู ต.ปงดอน เกี่ยวกับการก่อสร้างและปรับปรุงถนนสาธารณะในเขตพื้นที่ป่าไม้ โดยสภาพถนนสาธารณะนั้น เป็นเส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียวที่ใช้ร่วมกันในการเดินทางเข้า–ออกหมู่บ้านมายาวนานกว่า 80 ปี เป็นถนนดินลูกรัง มีสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เกิดหลุมบ่อ น้ำขัง และโคลน ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ต่อมาทราบว่าการปรับปรุงถนนสาธารณะในพื้นที่ทั้ง 3 หมู่บ้านดังกล่าว ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้นั้นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ้ฟ้าและป่าแม่โป่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ต้องขออนุญาตตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 อย่างไรก็ตาม ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2568 ผ่อนผันให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้ยื่นคำขออนุญาตที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมและบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้าง สามารถขอรับงบประมาณและเข้าไปดำเนินการได้ ซึ่งถนนสายดังกล่าวมีระยะทางรวม 52 กม. และมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน 336 ครัวเรือน ประชากรกว่า 800 คน เบื้องต้นมีแนวทางแก้ไขปัญหาเป็น 2 ระยะ
ได้แก่ ระยะสั้น ให้ อบต.ปงดอนได้จัดสรรงบประมาณเงินสะสมด้านโยธาธิการ ปรับปรุงถนนในจุดที่ชำรุดเสียหายอย่างเร่งด่วนและระยะยาวให้ อบต.ปงดอนยื่นขอขึ้นทะเบียนถนนเส้นดังกล่าวเป็นทางหลวงท้องถิ่นประกอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ.ลำปาง กรม สถ.และกรมทางหลวงชนบท ในส่วนของการทำถนนถาวรระยะทาง 52 กม.ซึ่งคาบเกี่ยวกับอ.แจ้ห่มและอ.งาว จะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียน ทางหลวงท้องถิ่น เพื่อจะสามารถนำงบประมาณมาดูแล สนับสนุนและซ่อมแซมได้ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งเรื่องของการสัญจร การขนย้ายผลผลิตทางการเกษตรสร้างงานสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่.
วินัย/ลำปาง รายงาน Cr. ส.ปชส.ลำปาง.
Share this content:
