




อับดุลหาดี/ยะลา/3 ก.พ. 69
รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงถึงความคืบหน้าเหตุระเบิด พื้นที่อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการ
รักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า / รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงถึงความคืบหน้าเหตุระเบิด พื้นที่อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าล่าสุดผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฃได้นำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาไปก่อนหน้านี้นั้น ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงแล้วในเวลาต่อมา เนื่องจากอวัยวะสำคัญถูกทำลายและเสียเลือดมาก จากแรงอัดของระเบิดในระยะประชิด สำหรับชื่อผู้เสียชีวิตอยู่ในระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์ เพื่อระบุตัวตนที่แน่นอน
จากการเข้าตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พบวัตถุพยานสำคัญหลายรายการ อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเศษชิ้นส่วนที่เป็นองค์ประกอบของ “ระเบิดแสวงเครื่อง” รวมถึงบัตรประจำตัวประชาชน ที่ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและรูปแบบการก่อเหตุในพื้นที่อย่างชัดเจน สภาพที่เกิดเหตุบ่งชี้ว่า ระเบิดได้ทำงานในขณะที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวกำลังดำเนินการประกอบหรือเตรียมการบางอย่าง จนเกิดความผิดพลาดทำให้ระเบิดทำงานขึ้นทันทีภายในบ้านพักหลังดังกล่าว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบรอยเลือดจำนวนมากของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงซึ่งได้แยกย้ายหลบหนีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ป่า บริเวณบ้านปาโจ หมู่ที่ 3 ตำบลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา คาดว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกประมาณ 3-4 คน ที่ได้รับบาดเจ็บและกำลังอยู่ระหว่างการหลบหนีซ่อนตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้สนธิกำลังเข้าพิสูจน์ทราบและติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนแล้ว จึงขอให้พี่น้องประชาชน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลที่มีบาดแผลผิดปกติหรือมีพฤติการณ์ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพบเห็นบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่บุคลากรทางสารณสุข มีการจัดหา/จัดซื้ออุปกรณ์ปฐมพยาบาลจำนวนมากผิดปกติ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทางสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านท่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ให้การสนับสนุนหรือให้ที่พักพิงแก่ผู้กระทำผิด จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนด้วยความรอบคอบและโปร่งใส เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิด และคืนความสงบสุขให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด
Share this content:
