อุดรประกาศพร้อมนับถอยหลัง 300 วัน “มหกรรมพืชสวนโลก พ.ศ.2569” -เปิดตัว “วังสาเก”วังสุดท้ายผู้สร้างเมือง ปลุกกระแสเจ้าบ้านที่ดี







เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ ห้องมงกุฎดาว โรงแรมสยามแกรนด์ อ.เมืองอุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี ได้เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว “ความพร้อมของการนับถอยหลัง 300 วันสู่งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569” และ “ร่วมสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมวังสาเก”โดยมีนายณัฐพล วิถี รอง ผวจ.อุดรธานี นางนงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี นายกอบเกียรติ กาญจนะ รองประธานมูลนิธิกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมนายสิทธิพงษ์ เทศารินทร์ ตัวแทนกรมวิชาการเกษตร นายชินพัฒน์ บุญคำหาร ผู้แทนกิจการค้าร่วมเอ็นบีเอ็ม นายปัญญา บุระประคม ผู้แทนจิตอาสาวังสาเก หัวหน้าส่วนราชการ เอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมจำนวนมาก







นายราชันย์ ได้กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อสื่อสารข้อมูลความก้าวหน้าของการเตรียมความพร้อมให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคเอกชน และนักท่องเที่ยวว่าอุดรธานีมีศักยภาพเต็มเปี่ยมในการจัดงานระดับโลก โดยล่าสุดภาพรวมการก่อสร้างและบริหารจัดการพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ฯ มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 50.14 % เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งงานนี้จะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่กว่า 32,000 ล้านบาท
ผวจ.อุดรธานี กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากความพร้อมด้านสถานที่ อีกหนึ่งวาระสำคัญคือการขับเคลื่อน “โครงสร้างอนุรักษ์สถาปัตยกรรมวังสาเก อุดรธานี” โดยภายในงานได้มีการเปิดตัวโมเดลแผนแม่บท (Masterplan) เพื่อเผยแพร่ความคบหน้าให้สาธารณชนได้รับทราบ และร่วมภาคภูมิใจไปกับภารกิจสำคัญในการ
“ฟื้นคืนชีพ วังสาเก” “พระตำหนักเดิมของพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม” ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี ให้กลับมาเป็นศรีสง่าและศูนย์รวมจิตใจของชาวอุดรธานี
ผวจ.อุดรธานี กล่าวในตอนท้ายว่า ความสำเร็จของานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อ.เมืองอุดรธานี นั้นไม่ได้วัดกันที่สิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ จังหวัดอุดรธานีจึงมุ่งหวังให้การแถลงข่าวในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความตื่นตัวให้พี่น้องประชาชนชาวอุดรธานีทุกคนได้ตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการร่วมแรงร่วมใจเป็นเจ้าภาพที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจมิรู้ลืมกับผู้มาเยือนจากทั่วโลก
ต่อจากนั้น นายณัฐพล วิถี พร้อมด้วยนายกอบเกียรติ และตัวแทนจากกระทรวงเกษตร,ผู้แทนกิจการค้าร่วมเอ็นบีเอ็ม และ ผู้แทนจิตอาสาวังสาเก ได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยได้แจ้งให้ทราบถึงความพร้อมของงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ทั้งอาคาร สถานที่ ขณะนี้หลัก ทั้งตัวอาคารเฉลิมพระเกียรติ ในบางส่วนได้เรียบร้อยไปแล้ว บางส่วนก็เหลืออีกไม่มาก ก็รับรองว่าเสร็จทันที่จะมอบงานทั้งหมดได้ทันแน่นอน
ขณะนี้ได้มีประเทศต่าง ๆ ได้แจ้งความเข้าร่วมแล้ว 150 ประเทศ อาทิเช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลี โคลัมเบีย ปากีสถาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชน เข้าร่วมอีกจำนวนมาก ซึ่งในงานมีการแบ่งโซนต่าง ๆ ออกเป็น 7 โซนด้วยกัน คือ โซนที่ 1 เป็นโซนกล้วยไม้ โซนที่ 2 เป็นโซนไม้ตัดดอก โซนที่ 3 เป็นโซนบัว โซนที่ 4 เป็นโซนไม้ชุ่มน้ำ โซนที่ 5 เป็นโซนไม้ใบกระถาง โซนที่ 6 เป็นโซนไม้ผล และโซนที่ 7 เป็นโซนหัตถศิลป์อื่น ๆ ซึ่งภายในอาคาร มีการดำเนินการประกวด ทั้งพืชชุ่มน้ำ ไม้ดอกไม่ประดับ นอกจากนี้ทางกระทรวงเกษตรฯ จะนำพืชพันธุ์ใหม่มาแสดงด้วย อาทิเช่น กาแฟ ทั้งของชุมพรและเชียงใหม่ กล้วยพันธุ์ต่าง ๆ พืชสวนใหม่ ๆ และสมุนไพรต่างๆ
นายกอบเกียรติ ได้กล่าวถึง “วังสาเก” ว่า“วังสาเก คือที่ประทับสุดท้ายของพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ในปี 2568 ซึ่งนับเป็น 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ ไม้และเครื่องประกอบของวังได้รับการรื้อถอนจากสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเคลื่อนย้ายจากตรอกสาเกสู่อุดรธานี” อุดรธานี คือแผ่นดินที่ทรงเลือกถึง 2 ครั้ง โดยเลือกสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นที่นี่ในครั้งแรก ดังที่กราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ว่า “ที่ใดสู้ที่บ้านหมากแข้งไม่ได้” และนี่คือครั้งที่ 2 ที่เลือกหวนคืนแผ่นดินอุดรธานี
แม้จะทรงเป็นพระผู้สร้างเมือง แต่ท่านไม่คิดครอบครองที่ดินในจังหวัดอุดรธานีไว้ให้ลูกหลานเลยแม้แต่น้อย การจัดสร้างวังสาเกในครั้งนี้ จึงถือได้ว่าเป็น “ที่ดินผืนแรกกรมหลวงประจักษ์” ณ อุดรธานี และเชื่อว่าเมื่อแล้วเสร็จ จะเป็นการนำพาอุดรธานี ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกลำดับ ดังเช่นในครั้งก่อนที่ทรงวางรากฐานให้อุดรธานีเติบโตอย่างมั่นคงมาเช่นทุกวันนี้
ด้วยศรัทธาที่แน่นแฟ้นต่อกรมหลวงประจักษ์ฯ การย้ายวังสาเกมาไว้ที่อุดรธานี จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ แต่ยังหมายถึงสัญลักษณ์ที่เปรียบเสมือนการเสด็จกลับมาประทับ ณ บ้านหมากแข้ง เพื่อเป็นมิ่งขวัญให้ลูกหลานอุดรธานี สืบไป ก็ขอเชิญชาวอุดรธานีมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง วังสาเก ที่ประทับสุดท้าย กรมหลวงประจักษ์ฯ บัญชี อนุรักษ์วังสาเก อุดรธานี ธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 020477505018
//////////////////////
Share this content:
