‘มทภ.4’ เผย BRN.สั่งแนวร่วมลงมือต่อเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณ ‘อุดมการณ์แบ่งแยก’ ก่อนเจรจารอบใหม่ ด้านแหล่งข่าวแจง! เหตุคาร์บอมบ์ฐาน ชคต.เชื่อมโยงอีก 3 เหตุ เผาโรงไฟฟ้าชีวภาพ – คาร์บอมบ์ใกล้บ้านพักนายอำเภอตากใบ ส่วนเหตุเผารถและทำลายทรัพย์สินในเหมือง มีมูลเหตุอื่นร่วมด้วย


















จากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งแนวร่วมขบวนการ BRN.ยังคงใช้วิธีการเดิมๆ แต่ลักษณะการก่อเหตุจะต่างกันไป เหตุการณ์ล่าสุด กรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ 20 คนพร้อมอาวุธครบมือ แต่งชุดดำคล้ายทหารพราน บุกเข้าไปในบริษัทเอเชียเหมืองแร่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ก่อนใช้รถแบคโฮทำลายบ้านพักคนงาน 4 หลัง จุดไฟเผารถบรรทุก 10 ล้อ 5 คันและรถตักแบคโฮอีก 2 คัน เสียหายทั้งหมด เหตุเกิดบ่ายโมงวันที่ 21 ส.ค.68 ที่ผ่านมา และข้ามวัน (22 ส.ค.68) ได้แขวนป้ายผ้าใน 2 อำเภอคือเจาะไอร้อง 2 จุดและจะแนะ 3 จุด ข้อความเตือนไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้องในธุรกิจเหมืองแร่ ก่อนปล่อยคลิปวินาทีใช้รถแบคโฮทำลายรถบรรทุกภายในเหมือง รวมทั้งเหตุปล่อยคาร์บอมบ์ไหลชนด่านหน้าฐาน ชคต.ที่บ้านศาลาใหม่ อ.ตากใบ และเหตุคนร้ายกว่า 30 คนบุกวางเพลิงเผาอาคารภายในโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ อ.แว้ง
พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยกับ ‘ผู้สื่อข่าว’ ว่า หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นฝีมือของแนวร่วมขบวนการ BRN.ทั้งสิ้น เพราะ BRN.ยังคงมุ่งหวังในจุดประสงค์เดิมตามอุดมการณ์ของกลุ่ม คือต้องการแบ่งแยกดินแดน และคาดหวังว่าในการเจรจาครั้งหน้า กับทีมเจรจาฝ่ายไทยนั้น จะตกลงกันได้
ส่วนกรณีคนร้ายบุกทำลายทรัพย์สินและเผารถบรรทุกรถแบคโฮ ในเหมืองที่จะแนะ ทาง พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ระบุ เป็นฝีมือแนวร่วมขบวนการเช่นกัน แต่เจตนาที่เข้าทำลายโดยไม่มุ่งหวังต่อชีวิต ต้องขอเวลาตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน
ด้านแหล่งข่าวที่ตาม 3 คดีสำคัญนี้ เผยว่า เหตุคาร์บอมบ์ฐาน ชคต.ที่ตากใบ เชื่อมโยงกับอีก 3 เหตุการณ์ ทั้งเผาโรงไฟฟ้าชีวภาพ ที่ได้จับกุมแล้ว 1 ราย ขยายผลและออกหมายจับอีก 7 คน รวมทั้งเชื่อมโยงเหตุคาร์บอมบ์ใกล้บ้านพัก ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอตากใบในขณะนั้น เหตุเกิดวันที่ 29 ก.ย.67 ส่วนการบุกเผาและทำลายทรัพย์สินในเหมืองแร่ของ บริษัทเอเชียเหมืองแร่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ นั้น ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกคือฝีมือแนวร่วม แต่มีมูลเหตุมาจากการเก็บค่าคุ้มครองไม่ได้หลายครั้ง ซึ่งตรงกับที่ พลโท ไพศาล แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยกับ ‘ทีมข่าว’
อย่างไรก็ตาม หลังกลุ่มแนวร่วมบุกเหมืองแร่ ได้แขวนป้ายผ้า รวม 5 จุดใน 2 อำเภอคือ เจาะไอร้องและจะแนะ มีข้อความว่า “การกระทำของเรา ไม่ได้หวังทำลาย เพียงแต่ปกป้องทรัพยากร ที่เป็นมรดกของบรรพชน ตัวแทนนายหน้า นอมินี นายทุน หยุดเป็นเครื่องมือปล้นกอบโกย เผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติของคนปาตานี” และ “ถึงผู้ที่เป็นขี้ข้าสยามให้กับนายทุนใหญ่ จงจำไว้ให้ดีว่าความมั่งคั่งไต้ พื้นดินเป็นสมบัติของชนชาติปาตานี โดยเฉพาะสำหรับชาวมลายูที่เป็นผู้นำที่เปิดทางให้ นายทุน/ทุนนิยมและขี้ข้าของราชอาณาจักรผู้ล่าอาณานิคม อย่ามาบอกกับเราว่า เราก้าวร้าว เพราะเราสามารถทำได้ยิ่งกว่านี้ ทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดินชนชาติปาตานี เป็นสมบัติของชนชาติปาตานี เรามีหน้าที่อันชอบธรรมในการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาเอาไป”
รวมทั้ง “ขอความร่วมมือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผช. ผรส กู้ภัย รวมถึงชาวบ้าน ห้ามเข้าบริเวณที่เกิดเหตุ อย่าเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ ตัวแทน นายหน้า นอมินี นายทุนในพื้นที่ หยุดเป็นเครื่องมือ ปล้น กอบโกย เผาผลาญ ทรัพยากรธรรมชาติของคนปาตานี ขุดดิน ขุดแร่ จะแนะ” อีกทั้งได้ปล่อยคลิปวินาทีทำลายรถบรรทุกก่อนเผา ที่กลุ่มก่อเหตุอ้างว่าเป็นการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
ทางด้าน พลโท ไพศาล แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทั้ง 3 แห่ง ก่อนเรียกประชุมเพื่อปรับแผน เนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นห้วงนี้ กลุ่มก่อเหตุมุ่งต่อทรัพย์สินมากกว่าชีวิต โดยเฉพาะระบบพลังงาน ได้เน้นย้ำเรื่องการรักษาความปลอดภัยของรัฐวิสาหกิจในส่วนของการไฟฟ้า เพื่อยกระดับมาตรการ รปภ.ที่รัดกุมและเข้มงวดต่อระบบพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ จชต.รวมทั้งการตั้งจุดตรวจเส้นทางเบี่ยง ที่เป็นสายนอกเมือง เป็นจุดตรวจ POP UP ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อปิดช่องโหว่ให้ได้
นราธิวาส- ภาพข่าว
สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์
Share this content:
